บานเย็น.. เป็นยาระบาย แก้ไข้ ช่วยรักษาอาการคัน!!

advertisement
“บานเย็น” เป็นพืชพรรณไม้ชนิดหนึ่งที่เรามักจะคุ้นเคยพบเห็นได้ทั่วไป เพราะเป็นที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไปตามบ้านเรือน หรือสถานที่ต่างๆ เพื่อความสวยงาม เป็นไม้ดอกที่สามารถมีดอกหลายสีอยู่บนต้นเดียวกันได้ และในแต่ละดอกอาจมีหลายสีปนกันอยู่ได้ ลักษณะพิเศษของดอกบานเย็น คือจะบานในช่วงเวลาบ่ายแก่ๆ เป็นต้นไป จึงเป็นที่มาของชื่อว่า "บานเย็น" หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า "ดอกสี่โมง" (four o'clock flower) เมื่อดอกบานจะมีกลิ่นหอมจัดแบบกลิ่นหอมหวานๆ ทั้งนี้บานเย็นก็มีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่เชื่อว่าหลายๆ คนยังไม่รู้ อย่างไรบ้างนั้น ตาม Kaijeaw.com มาดูกันค่ะ
บานเย็นมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mirabilis jalapa L. มีชื่อสามัญว่า Marvel of peru , Four-o’clocks จัดอยู่ในวงศ์ Nyctaginaceae มีชื่อเรียกอื่นๆ ว่า จันยาม จำยาม ตามยาม ตีต้าเช่า (จีน) เป็นต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบานเย็น เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีเง้า สูง 1-1.5 ม. ลำต้นมีสีแดง มีนวลเล็กน้อย
advertisement

ใบ : เป็นรูปไข่ หรือรูปสามเหลี่ยม มีขนประปราย กว้าง 2-9 ซม. ยาว 5-15 ซม. ปลายใบแหลม โคนตัดหรือรูปหัวใจ ก้านใบยาว 1-4 ซม. กลีบประดับรูประฆัง ติดที่ฐาน ยาว 1-1.5 ซม.
advertisement

ดอก : ลักษณะดอกเกือบไร้ก้าน มี 4-5 ดอกในแต่ละช่อ บานตอนบ่ายๆ จนถึงตอนเช้า วงกลีบสีชมพู ม่วง ขาว เหลือง หรือด่าง ยาวประมาณ 3-6 ซม. ปากกลีบมีเส้นผ่านศูนย์กลางยาวประมาณ 2.5-3 ซม. เกศรเพศผู้ 5 อัน ยื่นออกยาวประมาณ 1 ซม. ก้านเกสรสีแดง อับเรณูทรงกลม รังไข่รูปรี ก้านเกศรเพศเมียยาวเท่าๆ เกสรเพศผู้ สีแดง ปลายเกสรเป็นตุ่ม เป็นพูตื้นๆ [ads]
advertisement

ผล : ลักษณะรูปกลมรี สีดำ ขนาดประมาณ ยาว 0.5-0.9 ซม. เปลือกบาง มี 5 สัน เมล็ดกลม ขนาดประมาณ 0.7 ซม.
บานเย็นมีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรู มีเขตการกระจายพันธุ์เฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป โดยเฉพาะดอกสีชมพู บางครั้งอาจขึ้นเป็นวัชพืช
advertisement

ส่วนที่ใช้ประโยชน์ ราก ใบ หัว
ใบ
– ใช้เป็นยารักษากลากเกลื้อน พอกฝี เป็นแผลมีหนองต่างๆ ทำให้หนองออก ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ชะล้างบาดแผล แผลฟกช้ำ ผื่นแดงที่คัน
– ช่วยบรรเทาอาการคัน และแสบร้อน
– ขับปัสสาวะ และโรคหนองใน
ดอก
– รักษาอาการกระอักเลือด และอาเจียนเป็นเลือด
เมล็ด
– รักษาโรคผิวหนังพองมีน้ำเหลือง แผลมีน้ำเหลือง
– รักษาฝ้า และเป็นรอยด่างดำบนใบหน้า
หัวหรือราก
– มี alkaloid trigonelline ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาถ่าย
– รักษาโรคหนองใน ตกขาวมากผิดปกติ
– รักษาอาการปวดตามข้ออย่างเฉียบพลัน แผลเรื้อรังบริเวณหลัง เป็นยาขับเหงื่อ และรักษาอาการไข้
– คนโบราณเชื่อว่ารากหรือหัวของบานเย็นมีสรรพคุณช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศได้
– คนโบราณเชื่อว่ารับประทานจะทำให้หนังชาอยู่คงกะพันเฆี่ยนตีไม่แตกกลับทำให้รู้สึกคัน
– รับประทานเป็นยาขับเหงื่อ ช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้ ระงับความร้อน
– ช่วยแก้โรคเบาจืด
– แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ
– แก้อาการตกขาวของสตรี
– ช่วยรักษาอาการบวมน้ำ [yengo]
advertisement

วิธีการใช้
– แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้กระอักเลือด ด้วยการใช้ดอกสดประมาณ 120 กรัม นำมาคั้นเอาแต่น้ำผสมกินแก้อาการ
– แก้ต่อมทอนซิลอักเสบ ด้วยการใช้รากหรือหัวสดนำมาคั้นเอาแต่น้ำใช้กวาดคอ
– รักษาโรคหนองในได้ ใช้รากหรือหัวจากต้นดอกสีขาวนำมาหั่นเป็นแผ่น ผสมกับโป่งรากสน นำมาต้มกินก่อนอาหารวันละ 2 เวลา
– ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี ด้วยการใช้รากหรือหัวจากต้นดอกสีขาวนำมาหั่นเป็นแผ่น ผสมกับโป่งรากสน นำมาต้มกินก่อนอาหารวันละ 2 เวลา
– น้ำคั้นจากใบใช้ชะล้างบาดแผล หรือแผลฟกช้ำให้หายเร็วยิ่งขึ้นได้
– รักษากลากเกลื้อน ใช้ใบสดนำมาตำพอก หรือคั้นเอาแต่น้ำมาทาเป็นยารักษากลากเกลื้อน
– รักษาฝี แผลมีหนองต่างๆ ช่วยทำให้หนองออกมา แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียด แล้วนำไปอุ่นไฟให้ร้อนพอทนได้ นำมาใช้พอกฝี
– ช่วยรักษาแผลเรื้อรังได้ ใช้รากหรือหัวสดจากต้นดอกสีแดง ผสมกับน้ำตายทรายแดงพอประมาณ นำมาตำแล้วพอก และให้หมั่นเปลี่ยนยาวันละ 2 ครั้ง
– รักษาแผลมีน้ำเหลือง ผิวหนังพองมีน้ำเหลือง ด้วยการใช้เมล็ดนำมาแกะเอาเปลือกออก แล้วเอาแป้งมาบดเป็นผงให้ละเอียด นำใช้ทาถูภายนอก
– รักษาผื่นแดงที่มีอาการคัน ใช้ทาช่วยบรรเทาอาการคัน และยังลดอาการแสบร้อนใช้น้ำคั้นจากใบใช้ทาบริเวณที่เป็น
ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรบานเย็น
– พบว่าเมล็ดบานเย็นส่วนใหญ่จะมีความเป็นพิษมาก (สาร Neurotoxic) ไม่ควรนำมารับประทาน หากได้รับพิษอาจทำให้เกิดอาการอาเจียนและมีอาการท้องเสีย และหากว่าได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เสียชีวิตได้
– ไม่ควรใช้สมุนไพรบานเย็นในหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีรายงานพบว่าทำให้เกิดการแท้งบุตรได้
ประโยชน์ของบานเย็น
– ต้นไม้บานเย็น นิยมใช้ปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป
– แป้งจากเมล็ดใช้ทารักษาสิว ฝ้า ลบรอยด่างดำบนใบหน้าได้ โดยภายในเมล็ดจะมีแป้งสีขาวเป็นผงละเอียด
– ผงจากรากนำมาใช้ผสมกับแป้งข้าวเจ้า และผงไม้จันทน์ นำมาทำเป็นเครื่องสำอางได้
– ใบบานเย็น สามารถรับประทานแบบสุกได้ แต่ควรรับประทานเมื่อยามจำเป็นเท่านั้น
– เมล็ด ราก และยอดอ่อน มีสาร Mirabilis antiviral proteins (MAPs) ที่ช่วยปกป้องพืชจากพวกไวรัสที่ก่อโรคในพืชและเชื้อราบนดินได้ มีประสิทธิภาพในการช่วยป้องกันพืชผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้หลายชนิด
เห็นประโยชน์ดีๆ ของต้นดอกบานเย็นแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนคงสนใจอยากจะนำมาปลูกประดับบ้านเพื่อความสวยงามกันบ้างแล้วนะคะ ต้นดอกบานเย็นนั้นนับว่าเป็นต้นไม้ที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ซึ่งควรปลูกไว้กลางแจ้งและดินที่ปลูกควรเป็นดินร่วนมีธาตุอาหารอย่างสมบูรณ์ ต้องการน้ำและความชื้นปานกลางค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com