รีวิวงานสร้างบ้านตามฝัน!! บ้านเดี่ยว 2 ชั้น เริ่มจากซื้อที่จนสร้างเสร็จ

advertisement
จะมีความสุขแค่ไหนเมื่อเราสามารถสร้างบ้านตามที่ฝันไว้ให้เป็นจริงได้ วันนี้ kaijeaw.com จะพาเพื่อนๆมาชมรีวิวพร้อมข้อมูลตั้งแต่เลือกซื้อดินจนสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จนเสร็จสมบูรณ์ ของคุณ คุณ Agent Molder สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม บ้านเดี่ยว 2 ชั้น สำหรับครอบครัว ที่ผู้ชายคนนี้มารีวิวให้ แม้จะใช้งบไปหลายล้าน แต่ก็ยอมทำเพื่อความสุขของครอบครัว[ads]
หลายคนมองว่าการสร้างบ้านขอแค่กันแดดกันฝนได้นอนหลับพักผ่อนก็พอแล้ว ทำไมต้องจ่ายแพง เพื่อสร้างบ้านหลักใหญ่ แต่สำหรับ คุณ Agent Molder สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สร้างบ้านเพื่อความสุขของครอบครัว อยากให้ทุกคนได้อยู่กันสบาย ๆ เลยกลายเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นหลังนี้ขึ้นมา แถมยังใจดีอยากบอกเล่าประสบการณ์และข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่การซื้อดิน ทุกขั้นตอนการสร้างบ้าน ไว้เป็นแนวทางให้กับคนที่กำลังจะสร้างบ้านอีกด้วย
สร้างบ้านตามฝัน..รีวิวงานสร้างบ้านของตัวเอง ตั้งแต่ซื้อที่จนสร้างเสร็จ โดย คุณ Agent Molder สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ผมเคยเขียนรีวิวสร้างบ้านของผมเองตั้งแต่เริ่มสร้างเมื่อ 3 ปีก่อน (นานมาก) ตอนนั้นรีวิวไปได้สัก 6 เดือน บ้านก็ไปไม่ถึงไหน เลยเลิกเขียน…เวลาผ่านมาเกือบ 3 ปี ก็สร้างเสร็จสักที แม้จะยังไม่ 100% แต่ก็เป็นรูปร่างเข้าอยู่ได้แล้ว เลยจะมาเขียนรีวิวอีกครั้ง (คำเตือน : รูปเยอะมาก ๆ)
จุดเริ่มต้นของการสร้างบ้าน ย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน เริ่มจากอยากมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง หลังจากแต่งงาน ได้ตระเวนหาหมู่บ้านสร้างเสร็จในละแวกที่ทำงาน ก็ไม่เจอที่ถูกใจ ทั้งถูกใจเราและเมีย (ข้อหลังนี้สำคัญมาก) ตั้งงบไว้ที่ 10 ล้านบาท++ ไปเจอแบบบ้านที่ชอบ แต่ก็แพงและมีเนื้อที่น้อยมาก แฟนก็ไม่ชอบ เพราะอยากได้ที่กว้าง ๆ ทุ่งลาเวนเดอร์ไว้หมุนตัวเล่น (ประชดเมีย) ก็เลยติดไว้ก่อน
advertisement

ต่อมาก็เลยคุยกับแฟนว่าจะเอาไงกันดี พอดีได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนและพี่ที่ทำงาน ก็บอกว่าเลยตัวอำเภอไปหน่อย จะมีหมู่บ้านหนึ่งขายที่ดินจัดสรร ให้เราสร้างบ้านเอาเอง ก็เริ่มสนใจแต่เขาขายเป็นไร่ เลยคิดว่าต้องแพงแหงม ๆ แต่ก็ลองขับรถเข้าไปดู โอ้…แม่เจ้า นี่มันหมู่บ้านเมืองไทยหรือย่านเบเวอร์รี่ฮิลส์ ที่สหรัฐฯ กันแน่ บ้านแต่ละหลังนี่ใหญ่โตโอ่อ่าอย่างกับวัง เนื้อที่ 1 ไร่ มันช่างใหญ่จริง ๆ มีสนามกอล์ฟ เห็นวิวภูเขา สวดยวดมาก ๆ ซึ่งหมู่บ้านนี้ขายที่ดินจัดสรรที่ว่านี้ ไม่มีบ้าน ให้ปลูกเอง ขายเป็นแปลง อย่างต่ำก็แปลงละ 1 ไร่ มีสนามกอล์ฟ คลับเฮ้าส์สุดหรู คอนโดอีก 2 หลัง ในหมู่บ้านมีแต่เจ้าของธุรกิจและหมอทั้งนั้น
ตอนแรกเลยคิดว่าคงไม่มีปัญญาซื้อแน่ ๆ มาดูเอาบุญ แต่ขับ ๆ ไป เจอป้ายประกาศขายอยู่ วาละ 15,000 บาท ก็ตกไร่ละ 6 ล้านบาท ก็เริ่ม เฮ้ย…ไม่แพงมากหนิ ไร่ละ 6 ล้านบาท สร้างบ้านอีก 7-8 ล้านบาท ก็รวม ๆ แล้วประมาณ 13-14 ล้านบาท ซึ่งพอ ๆ กับบ้านคาซ่าเลย แถมได้พื้นที่ตั้ง 1 ไร่ ก็เริ่มสนใจแล้ว กลับมานั่งดูกระปุกออมสิน คงไม่พอซื้อสด แต่น่าจะกู้ได้ก็เลยเริ่มไล่หาแปลงสวย ๆ ในหมู่บ้านซะเลย
จนสุดท้ายก็หาได้ในราคาที่ถูกมาก ๆ เมื่อเทียบกับแปลงอื่น ๆ ที่ขายกันอยู่ เหตุผลที่มันถูกเพราะ เป็นที่ดินติดคดี เจ้าของเดิมเขามีภาระหนี้สิน ทำให้ต้องเอาที่ไปจำนอง 3 แปลง ดังนั้น ถ้าจะขายต้องขาย 3 แปลงรวด คำนวณราคา 3 แปลง ดูท่าจะสู้ไม่ไหว ตอนแรกจะถอดใจ แต่ก็ได้เพื่อนที่ช่วยซื้อให้แปลงหนึ่ง (เพื่อนจะปลูกบ้านเหมือนกัน) และอีกแปลงคุณพ่อผมเองท่านก็ช่วยซื้อไว้ให้ (แต่ซื้อในชื่อของพ่อนะครับ) สรุปก็ได้ที่ดินแล้ว เย้…ก็ทำการเคลียร์รังวัดกันไป
เนื้อที่บ้าน 529 ตารางวา ขนาดบ้าน 590 ตารางเมตร แบ่งเป็นส่วนที่มีหลังคา CPAC คลุม 450 ตารางเมตร และส่วนหลังคาสแลป 140 ตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปีครับ
advertisement

ไม่ต้องตกใจ ป่าอันนี้ที่ดินผมเองครับ
advertisement

เริ่มเคลียจนโล่งละครับ
advertisement

พอเคลียจนโล่งก็มาสำรวจรังวัดกันไปครับ
เมื่อมีที่แล้วก็ต้องมีบ้านละ ในตอนแรกผมกะใช้บริการ บ.รับสร้างบ้าน แต่หาแบบตามงบที่เราตั้งไว้ ไม่เจอแบบที่ถูกใจเลย โดยแบบที่ผม(และภรรยา) ชอบจะต้องมี ห้องหลังคากระจก(แบบคาซา), ห้องสมุด, มี Fitness, ห้อง Home theatre, ห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งไม่มีที่ไหนเขามีกันหรอกครับ ฮ่า ๆ (ความต้องการสูง แต่งบต่ำ) เคยเข้าไปคุยๆก็เพิ่มโน่น ลดนี่ได้ไม่มาก เพราะพวก บ.สร้างบ้าน แบบบ้านเขา Fix มาแล้วเรื่อง Cost ในการก่อสร้าง ถ้าเราไปเปลี่ยนเรามีแต่จะต้องเพิ่มตัง
พอดีผมนึกได้ว่าเพื่อนสนิทสมัยมัธยมผมเป็นสาถาปนิก เมียเขาเป็นอินทีเรีย เลยจะลองปรึกษาสักหน่อย คุยไปมา มันก็บอกว่า งั้นกรูทำให้เมิงเอง โอ้วว เพื่อนเลิฟ สรุปคือให้เพื่อนผมออกแบบบ้านควบงานอินทีเรียไปเลย ไม่ได้ทำฟรีนะครับ ร่างสัญญา จ่ายเงินจริงๆจังเลย ดีครับ แบบนี้ชอบ ถึงเป็นเพื่อนกันแต่เรื่องการทำงานก็ต้องมืออาชีพ จะมาทำปากเปล่าไม่ได้ แต่ราคาเพื่อนก็ลดให้เยอะอยู่ครับ
โดยเบื้องต้นผมได้ร่างแบบบ้านที่ผมชอบเอง ด้วยฝีมือวาดรูประดับอนุบาล โดยแบบที่ชอบผมก็หาจากในเนตครับ ตามพวก บ.รับสร้างบ้านเนี่ยแหล่ะ และก็มีไปตระเวนดูบ้านตามโครงการณ์ต่างๆ โดยผมต้องการบ้านขนาด 400-500 ตร.ม. ซึ่งใน กทม.บ้านระดับนี้ราคาปาไป 20-50 ล้านทั้งนั้นเลยครับ แต่ผมก็หน้าด้านไปขอเขาดูบ้านครับ และเก็บๆเอาสิ่งที่เราชอบมาออกแบบ
advertisement

โดยเบื้องต้นผมได้ร่างแบบบ้านที่ผมชอบเอง ด้วยฝีมือวาดรูประดับอนุบาล หาไอเดียจากในอินเทอร์เน็ตครับ ตามพวกบริษัทรับสร้างบ้านเนี่ยแหละ และก็มีไปตระเวนดูบ้านตามโครงการต่าง ๆ โดยผมต้องการบ้านขนาด 400-500 ตารางเมตร ซึ่งในกรุงเทพฯ บ้านระดับนี้ราคาปาไป 20-50 ล้านบาท ทั้งนั้นเลยครับ แต่ผมก็หน้าด้านไปขอเขาดูบ้านครับ และเก็บ ๆ เอาสิ่งที่เราชอบมาออกแบบ
advertisement

ลองไปโหลดโปรแกรมสเก็ตอัพมาเล่นดูครับ วาดจนได้แปลนบ้านคร่าว ๆ พอเพื่อนเห็นแบบบ้าน มันก็หัวเราะเลยครับ บอกว่าแกไปทำงานของแกเหอะ ตรงนี้ฉันจัดการเอง ผมก็เลยปล่อยให้มันจัดการ โดยการที่ผมบอกความต้องการทุกอย่างลงไป เวลาคุยกับสถาปนิกนี่เขาซักละเอียดมากนะครับ ตื่นมาทำอะไร กลับมาทำอะไรทั้งก่อนและหลัง ชอบอยู่ส่วนไหนของบ้านมากกว่า โน่น นั่น นี่ เยอะมาก ๆ แต่ข้อดีคือได้บ้านที่ตอบสนองความต้องการของเรา ไม่ใช่เราต้องไปปรับตัวเข้ากับบ้านเหมือนซื้อบ้านโครงการที่สร้างเสร็จ ข้อเสียคือเรื่องสตางค์ครับ ฮ่า ๆ ๆ การออกแบบก็ต้องมีค่าใช้จ่าย หลังจากนั้นไม่นานแบบบ้านผมก็เสร็จ จริง ๆ มีการแก้กันถึง 2-3 รอบ จนลงตัวครับ
advertisement

เพื่อนเอารูปไก่กาข้างบน ไปปรับแก้จนลงตัวและได้ออกมาเป็นแบบนี้
ทำแปลน 3D ออกมาให้เห็น ให้ไฟล์ skp ผมมาหมุนเล่น ซูม และเปิดหลังคาได้ด้วย ช่วงนั้นบ้าเห่อมาก เล่นแปลนบ้านทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน ทั้งแบบบ้านและแบบก่อสร้างก็เสร็จสมบูรณ์ พร้อมเอาไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้แล้ว
ระหว่างยื่นขออนุญาตก็ถึงขั้นตอนสำคัญ และที่ทำให้ปวดหัวสุด ๆ คือการหาผู้รับเหมาครับ ทั้งเพื่อน ๆ คนรู้จัก ก็มีปัญหาเรื่องนี้ทั้งนั้น ผมได้ผู้รับเหมาที่เป็น แคนดิเดต 4 ท่านจากคนรู้จัก จากที่เพื่อนสถาปนิกแนะนำ และจากอินเทอร์เน็ต ใช้วิธีประมูลราคาก่อสร้าง เอาแบบบ้านไปตี BOQ (บัญชีที่จัดทำขึ้นเพื่อคำนวณปริมาณวัสดุและแรงในการก่อสร้าง โดยแยกเป็นหน่วยเพื่อให้ได้ราคา) มาแล้ว มาดูราคารวมกับค่าโหงวเฮ้งตอนไปคุย เลือกอยู่เกือบ 2 เดือน สุดท้ายก็ได้เจ้าที่คิดว่าดีที่สุดมาครับ ราคาก็แพงสุดกว่าทุกเจ้าเลย แต่จากการพูดคุยต่าง ๆ และ BOQ ที่ให้มา ก็เลยเลือกครับ (แต่ ณ ตอนนี้ที่บ้านเสร็จแล้วก็พบว่าคิดผิด) หลังจากนั้นไม่นานแบบก่อสร้างก็อนุมัต จริง ๆ มันก็มีปัญหาเหมือนกันครับ พอขอสาธารณูปโภคเสร็จสรรพก็ทำการถมที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนเริ่มลงมือสร้างบ้าน
advertisement

ถมที่เสร็จเรียบร้อย ก็เริ่มด้วยงานตีผังบ้านครับ
ปักเสา ตีเส้น กำหนดจุดที่จะตอกเข็ม และเตรียมลงเสาเข็ม
advertisement

บ้านผมใช้เข็มทั้งหมด 52 ต้นครับ อลังการมาก เป็นเข็มเหลี่ยมตันนะครับ เข็มรูปตัวไอ (I) ใช้ไม่ได้เพราะดินแข็งมาก
ใช้รถตอกลงไป ลึกสุดเท่าที่ตอกได้ก็ 7 เมตรเองครับ ซึ่งก็ได้ลึกพอ ๆ กับเพื่อนบ้านครับ ตอกเข็มเสร็จ เช็กเสาว่าโอเคแล้ว ก็ทำการขุดหลุม ตัดเสา และเทลีน เพื่อเตรียมทำฐานราก
advertisement

ทำฐานรากจนครบ ก็กลบดินเหลือให้ตอม่อไว้ เตรียมทำคานคอดิน
เทลีนหยาบ 5 เซนติเมตร รองพื้น ผูกเหล็กคานคอดิน และตรวจสอบความเรียบร้อยของแบบ ต้องสะอาด ไม่มีเศษอะไรไปขวาง มีลูกปูนขนาบสามด้านของเหล็กเสริม
เทปูนแกะแบบออกมาแล้ว หน้าตาก็จะเป็นแบบนี้ เช็กดูรอบกะเทาะปูน เห็นเหล็กเสริมไหม ถ้าปูนไม่เต็ม เหล็กโผล่ ต้องทุบเทใหม่ แต่ถ้าเป็นแค่รอยหรือรูพรุนเล็ก ๆ ก็เสริมปิดด้วยปูนกำลังสูง No shrink
ทำคานคอดินเสร็จก็ทำคานชั้น 1 ต่อ บ้านผมพื้นชั้น 1 สูงกว่าระดับดินถม 1 เมตร เลยต้องวางคาน 2 ชั้น ตรงส่วนยกสูงนี้จะเป็นส่วนตัวบ้าน ซึ่งจะวางแผ่นพื้นสำเร็จ
. เข้าแบบ เทปูน และแกะแบบ เช็กคานเหมือนคานคอดิน เป็นอันเรียบร้อย
พื้นตรงนี้เป็นส่วนเมด ซึ่งจะต่ำกว่าตัวบ้าน 50 เซนติเมตร ดังนั้นก็จะเป็นพื้นหล่อในที่ (ภาษาช่างเรียกว่า พื้น S) จะเห็นว่าคานตรงส่วนพื้น S จะต้องเหลือเหล็กโผล่ขึ้นมาเพื่อผูกกับเหล็กพื้นด้วยนะครับ และต้องถมดินอัดแน่นก่อนเท ตรงนี้บางไซส์อาจใช้ไม้แบบค้ำ แต่ข้อเสียของไม้แบบคือ ต้องทิ้งเอาไว้เลยครับ เป็นอาหารชั้นดีของปลวก พื้นหล่อในที่จะทำในกรณีพื้นที่มีการเปียกบ่อย ๆ หรือพื้นที่มีท่อต่าง ๆ เจาะทะลุขึ้นมา ซึ่งก็มักได้แก่ ห้องน้ำ ลานซักล้าง พื้นระเบียงต่าง ๆ เนื่องจากการวางพื้นสำเร็จ จะมีช่องระหว่างแผ่นพื้นที่ น้ำสามารถซึมผ่านได้ การเจาะท่อผ่านแผ่นพื้นก็ทำให้ความแข็งแรงของพื้นลดลงครับ แผ่นพื้นจึงเหมาะกับวางบนตัวบ้านของห้องต่าง ๆ
. อัดทรายหยาบให้แน่น เทน้ำยากันปลวก แล้วคลุมหน้าด้วยแผ่นพลาสติกกันชื้นอีกที
ตรงไหนที่มีท่อ เช่น ห้องน้ำ หรือลานซักล้าง ก็ต้องเดินท่อไว้ให้เสร็จเลยนะครับ ดังนั้นขั้นตอนนี้ก็ต้องดูแบบห้องน้ำดี ๆ ว่าเราจะติดตั้งก๊อกและส้วมไว้ตรงไหน จริง ๆ ท่อน้ำดีเราสามารถเดินย้ายจุดได้ภายหลัง แต่ท่อน้ำทิ้ง โดยเฉพาะท่อส้วมจะย้ายลำบากแล้วครับ ถ้าจะให้ดีเราอาจจะต้องทราบแบบส้วมเลยว่าใช้แบบไหน ถ้าส้วมแบรนด์ทั่วไป Cotto หรือ Toto American จะมีระยะมาตรฐาน แต่ถ้าท่านใช้ส้วมหรูหรา นำเข้าจากยุโรป อินเดีย ซาอุฯ ก็อาจจะต้องดูระยะท่อน้ำทิ้ง ถามว่ามาเลื่อนท่อภายหลังได้ไหม มันก็ได้ แต่ก็ไม่มาก ขยับท่อส้วมจากรูมาก ๆ ก็อาจเกิดปัญหากดไม่ลงตามมาได้ครับ
จากนั้นก็ผูกเหล็ก เทปูน..เป็นอันจบ
จบจากพื้นหล่อในที่ก็มาที่พื้นสำเร็จ ต้องมีการวางเหล็กค้ำแผ่นพื้น ไม่งั้นแผ่นพื้นจะโก่งตัวได้ครับ ที่ผมเลือกใช้เหล็ก เพราะไม่ต้องมามุดเอาไม้ออกทีหลัง ถ้าใช้ไม้ แต่ไม่มาเอาออก ก็กลายเป็นอาหารปลวกเหมือนเดิม
วางท่อฉีดปลวกตามคานบ้านครับ เป็นท่อ PE สีดำ ๆ ระบบฉีดปลวกแบบวางท่อแบบนี้จริง ๆ ใช้ไม่ถึง 5 ปีหรอกครับ ท่อตันหมดแล้ว หรือถ้าท่อไม่ตัน ปลวกมันรู้ครับว่าตรงไหนน้ำยาปลวกไปไม่ถึงมันก็เดินเลี่ยงเอา อนาคตอาจต้องใช้แบบเหยื่อล่อ ค่อยว่ากันครับ ดีกว่าไม่มีอะไรกันปลวก
กำหนดตำแหน่งท่อน้ำดีและท่อน้ำทิ้งให้เรียบร้อย ก่อนวางแผ่นพื้น บางที่อาจเท ๆ ไปก่อน ค่อยมาเจาะรูทีหลังก็ได้ครับ แต่เจาะรูแผ่นพื้นสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะทำให้ความแข็งแรงของแผ่นพื้นลดลงได้
แผ่นพื้นมาแล้ว ก็เอามาวางตามแบบ ปูเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) หรือเหล็กตาข่ายอีกชั้น ผูกยึดกับเหล็กหัวคานกันแผ่นพื้นเคลื่อนหลุดตอนเทปูน
ทุกอย่างพร้อมก็เทปูนโลด จากภาพ 1 วันหลังเทปูน ที่เห็นพื้นเป็นขีด ๆ เพราะช่างขูดผิวไว้รอฟินิชชิ่งครับ…จบงานฐานราก
มาต่อด้วยงานขึ้นเสาคาน ชั้นสอง และงานหลังคา…เริ่มทำการผูกเหล็กเข้าแบบเสาชั้น 1
.
.
รูปนี้เป็นการทำพื้นหลังคาสแลปครับ โดยผู้รับเหมาของผมเทปูนครั้งเดียวได้ทั้งคานและพื้นไปเลย จะได้ไม่มีรอยต่อระหว่างคานกับหลังคาสแลป เพื่อลดปัญหารั่วซึมตามรอยต่อครับ ปูนที่เทก็เป็นปูนกันซึมทั้งหมด (แต่เช็กสโลปดี ๆ ด้วยนะครับ ว่าให้ไหลไปทางไหน ขั้นตอนนี้ผมและผู้รับเหมาพลาด ไม่ได้เช็กสโลปให้ดี พอบ้านเสร็จเกิดปัญหาน้ำไหลมารวมตรงกำแพงบ้าน มีการซึมเกิดขึ้นตรงรอยต่อสแลปกับตัวบ้าน) จากนั้นทำการขัดเรียบให้สวยงาม แกะแบบออกมาจะเห็นว่าพื้นกับคานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสวยงาม
หันมาทาฝั่งตัวบ้าน ก็เริ่มตั้งตุ๊กตา ผูกเหล็ก คานพื้นชั้น 2 กันแล้ว
ตรงส่วนไหนที่เป็นห้องน้ำ ก็จะทำพื้นหล่อในไปเลยพร้อมคานเช่นกันครับ เพื่อกันรั่วซึมตรงรอยต่อที่บ้านส่วนใหญ่มักเป็นกัน บางบ้านจะหล่อคานก่อน ค่อยเทพื้นห้องน้ำ บางหลังนี่หนักเลยเพราะใช้แผ่นสำเร็จทำพื้นห้องน้ำ (ชุ่ยมาก ๆ) ทำให้พอใช้งานห้องน้ำไปนาน ๆ ยาแนวกระเบื้องหลุด น้ำซึมตามพื้น ไหลไปตามรอยต่อ หยดลงมาบนฝ้าชั้นล่าง กว่าจะรู้ก็ปาไปเป็นปีแล้ว…ตรงนี้ก็เช่นกันครับ ท่อน้ำดี น้ำทิ้ง ส้วมต่าง ๆ ควรกำหนดจุดให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องมาทุบแก้ทีหลัง เพื่อป้องกันการรั่วซึมในอนาคต
เทปูนลงไป ขั้นตอนเหมือนทำพื้นชั้น 1 แหละครับ เพียงแต่มีค้ำยันเยอะหน่อย ซึ่งต้องค้ำไว้ 2 สัปดาห์เลยนะครับ มีข่าวเรื่องบ้านถล่มตอนขั้นตอนนี้กันเยอะครับ เนื่องจากค้ำยันไม่ดี หรือยังไม่ได้อายุ แผ่นพื้นก็แอ่น มีข่าวให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ
เทพื้นชั้น 2 เสร็จ ก็ผูกเหล็กเสา เข้าแบบ เทเสาชั้น 2 ซึ่งขั้นตอนก็เหมือนกับชั้นแรกเลยครับ ก็เลยข้ามมาตอนโครงหลังคา ผมใช้โครงหลังคาเหล็ก เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระยะความสูงฝ้าในแบบเล็กน้อย ใช้เหล็กชุบสีกันสนิมสำเร็จเลย จะได้ไม่ต้องมาพะวงทากันทีหลัง ขึ้นโครงจนเสร็จ
การปูกระเบื้องทั้งหมด ผมใช้ของซีแพค CPAC มาปูครับ โดยเลือกเป็นกระเบื้องนิวส์สไตล์ (Neustile) เพราะเรียบ คม และดูโมเดิร์นดีครับ ทั้งหลังปู 5 วันเสร็จเกือบหมดครับ เร็วมาก ๆ แต่ยังเหลืออีก 2 จุดที่ต้องรอก่อฉาบให้เสร็จก่อน จบงานโครงสร้างแล้ว ไวเหมือนโกหก แต่หน้างานจริงเป็นปีเลยครับ
. พอมีหลังคา ก็เริ่มทำการก่อผนังละครับ ผมใช้อิฐมอญแดงก่อผนัง 2 ชั้นทั้งหลังเลยครับ (ยกเว้นส่วนกั้นห้องจะใช้อิฐมวลเบา) ส่วนตัวผมไม่มีดราม่าอิฐมอญหรืออิฐมวลเบานะครับ สถาปนิกเลือกอะไรก็ใช้อันนั้น ไม่ซีเรียส แต่กั้น 2 ชั้นเพื่อ 2 อย่างครับ คือเพื่อกันความร้อน และเพื่อลบเหลี่ยมมุมเสา ซื้อเฟอร์นิเจอร์ง่ายจะได้ไม่ต้องหลบเหลี่ยม
กั้นห้องใช้อิฐมวลเบา อย่าถามว่าทำไมถึงใช้ปนกัน เพราะไม่รู้ครับ (ฮ่า ๆ ๆ) ถ้าจากหน้างานจริง ๆ ผมว่าอิฐมวลเบาก่อเร็วกว่าเยอะเลย วันเดียวเต็มแผง แต่อิฐมอญ วันหนึ่งก่อได้ครึ่งแผงเอง ไล่ก่อไปจนเสร็จ ขั้นตอนก่อบ้านผมปาไป 3-4 เดือนเลยครับ ช้ามาก ช้าเกินไป จนทำให้งานส่วนอื่นมันช้าตามไปด้วยหมดเลย ช่วงที่ก่อก็ต้องทำการตั้งวงกบประตูไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นพอเริ่มก่อ ก็ควรเริ่มหาร้านติดตั้งวงกบประตูได้เลยนะครับ ถ้าใครให้ผู้รับเหมาหามาก็แล้วไป แต่ถ้าใครถอดงานไม้มาทำเองแบบผมก็ควรหาไว้เลย ไม่งั้นช่างชอบมาโทษเจ้าของบ้านว่ารอของ ๆ สิ่งสำคัญของการก่อเลยคือ การตั้งเสาเอ็น ทับหลังตามผนังผืนใหญ่ ๆ และตามวงกบประตูหน้าต่าง
ก่อเสร็จก็จะเริ่มฉาบ แต่ก่อนฉาบก็ทำงานเดินงานระบบฝังผนังก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นงานไฟ แอร์ หรือท่อน้ำต่าง ๆ รูปนี้จะเห็นว่าผมทำกระดาษติดตำแหน่งที่จะวางปลั๊กต่าง ๆ ให้ช่างทำตามนี้…แต่รู้ไหมครับ แปะไป 2 วัน เขาก็ดึงออกบอกจำได้และสุดท้ายก็ทำผิด เฮ้อ…
เจาะผนัง เดินท่อ ร้อยสายไฟ บางบ้านอาจทำทีหลังก็ได้นะครับ คือฉาบไปก่อน แล้วค่อยมาทำก็ได้ แต่ก็อาจทิ้งร่องรอยการกรีดผนังให้เห็นได้ ถ้าทำก่อนได้ก็ดีครับ
งานท่อแอร์ฝังผนังเช่นกันครับ ใครที่จะเดินท่อแอร์ฝังผนังก็ต้องติดต่อช่างแอร์ช่วงงานก่อเลยนะครับ เพื่อให้ช่างแอร์เข้ามาทำเลย แนะนำว่าท่อเย็นที่เดิน จะต้องหุ้มฉนวนอย่างดี ไม่งั้นจะชื้นจนขึ้นรา ต้องมาทุบกันทีหลังคงไม่สนุกแน่
เริ่มฉาบแล้ว โดยช่างจะทำการจับเซี๊ยมตามขอบหน้าต่างก่อน เพื่อทราบระยะฉาบ ปัจจุบันมีเซี๊ยมสำเร็จแล้วนะครับ แต่ช่างผมถนัดเซี๊ยมมือมากกว่า สิ่งสำคัญของการฉาบคือ การวางระแนงกรงไก่ตามรอยต่อปูน รอยกรีดผนัง และตามวงกบประตู-หน้าต่างนะครับ
ก็ไล่จับเซี๊ยม ไล่ฉาบกันไปครับ ไล่ฉาบทั้งข้างนอกและข้างในจนเสร็จ ขั้นตอนนี้บ้านผมก็นานมากเช่นกัน ฉาบเสร็จ เจ้าของบ้านก็ไล่เช็กรอยฉาบ โดยใช้ไม้ยาว ๆ ลากไปตามผนังครับ ตรงไหนเสียงดูโปร่ง ๆ แสดงว่าฉาบไม่ดี หรือลองใช้มะเหงกเคาะก็ได้ครับ แต่กว่าจะหมดบ้านคงมือบวม ตรงไหนฉาบไม่ดีก็ให้กะเทาะปูนออกแล้วแก้ใหม่นะครับ ฉาบเสร็จก็ทำการสกิมครับ โดยใช้ปูนสกิม เพื่อให้ผนังเรียบเนียนสุด ๆ
ระหว่างสกิมก็เตรียมเทท็อปปิ้งพื้นครับ โดยพื้นที่จะปูไม้ปาร์เก้ ก็ต้องเตรียมขัดมันไว้รอ ที่เห็นคือการเซี๊ยมพื้น จากนั้นก็เทปูน ขัดมัน เพื่อรอปูไม้ปาร์เก้ทีหลัง
ช่างไฟก็ทำการเดินไฟต่อ ร้อยท่อไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อจะได้ปิดฝ้า สำคัญนะครับ ย้ำผู้รับเหมาเลยว่า เดินร้อยท่อทุกเส้น กันหนู แมลงแทะ และกัดสายเปลือยหมดสภาพ จนช็อตเสียหายได้ สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ตรงจังชั่นบล็อก ที่จั๊มไฟ ต้องต่อสายไฟด้วยลูกเต๋าจับสายไฟ (Wire Nut) แล้วเก็บใส่กล่องปิดฝาให้เรียบร้อยนะครับ อย่าเอาปลายสายมาพันแล้วทับด้วยเทปพันสายไฟเฉย ๆ นะครับ
เริ่มปิดฝ้ากันแล้วครับ ตรงนี้เป็นโถงกลางบ้าน สูง 7 เมตร เลยต้องต่อนั่งร้านขึ้นไป แล้วก็ไล่ทำฝ้าห้องต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่ก่อนปิดฝ้า ตรวจเช็กงานท่อน้ำต่าง ๆ ที่อยู่เหนือฝ้าให้เรียบร้อยนะครับ เทน้ำ ราดน้ำ ขังน้ำทิ้งไว้เลยสัก 2-3 วัน ถ้ามีการรั่วจะได้แก้ไขได้เลย เพราะรอยรั่วพวกนี้บางทีอยู่ไปสักปีเพิ่งเห็น
ฝ้าภายนอกใช้แบบมีรูระบายอากาศครับ เพื่อให้ลมไล่ความร้อนใต้หลังคาออกไป
งานฝ้าจบ ก็เริ่มงานหน้าต่างกันต่อครับ หน้าต่างผมใช้อะลูมิเนียมยูโรโปรไฟล์ แบบทำสำเร็จจากโรงงานเลย คล้าย ๆ ยูพีวีซี (uPVC) ดังนั้นจึงต้องเช็กเซี๊ยมหน้าต่างให้เป๊ะ ๆ ก่อน เพราะเขาจะเอามาติดในช่องเลย ไม่ต้องมาตัดวัดกันหน้างาน พอถึงวันนัด หน้าต่างก็มากองใหญ่เลยครับ มาแบบสำเร็จรูปเลย ผมใช้สีดำ Powder Coat ส่วนหนึ่ง และทำซาฮาร่า (เทกเจอร์สาก ๆ) อีกส่วนหนึ่งครับ ทำทั้งหลังไม่ไหว ราคาโดดไกล จับยก ยัด ขันนอต ยาซิลิโคน เป็นอันเสร็จ
มีส่วนของหลังคาสกายไลท์ (Skylight) ด้วยครับ ห้องนี้ทำเป็นห้องนั่งเล่น แต่สงสัยจะเป็นห้องซาวน่าแทน อนาคตจะติดม่านไฟฟ้าครับ เลื่อนขึ้นลงเพื่อบังแดดและดูดาวได้
จบงานติดตั้งหน้าต่าง ก็จะเป็นงานพื้นไม้ละครับ บ้านผมชั้น 2 จะเป็นไม้จริงทั้งหมด โดยใช้ไม้มะค่าหน้า 4 ขนาด 90-120 เซนติเมตร ปูบนพื้นปูน โดยใช้วิธีปูแบบปาร์เก้คือ ทากาว ปูบนพื้นปูน ไม่ได้ใช้ตง ไม้หน้า 4 ยาวไม่เกิน 120 เซนติเมตร แนะนำให้ปูบนตงไม้ครับ ไม่งั้นไม้จะยวบยาบ และกระเดิดได้ในอนาคต ปูเสร็จก็ขัดหน้าไม้ ไม้มะค่าพอขัดหน้าไม้ออกแล้วสวยมากเลยครับ พอดีผมกับแฟนชอบสีโอ๊คเข้ม เลยต้องลงสีย้อมไว้รอบหนึ่งเพื่อกันหน้าไม้ เพราะเดี๋ยวต้องมีทาสีผนังและงานบิวท์อินอีก ตอนท้าย ๆ ค่อยมาลงสีกันอีก 3 เที่ยว แต่ถ้าใครชอบสีธรรมชาติก็สวยไปอีกแบบนะครับ.
ชั้นล่างผมใช้เป็นแกรนิโต้ 60×60 ทั้งหมดครับ สีขาวล้วนเลย ช่างก็เริ่มปูแล้วครับ
ทำพื้นเสร็จก็ทำบันได บันไดบ้านผมเป็นโครงเหล็กโปร่ง ๆ ครับ ต้องมีการวัดระดับ วัดระยะยุ่งยากกันพอสมควรเลย ต้องทำคานตั้งแต่งานโครงสร้างเลยไว้รองรับเหล็กบีมด้วย ไม่ใช่ว่าจะเอาเหล็กไปยึดกับผนังก่ออิฐไม่ได้นะ ส่วนตอนเอาไม้ลูกนอนมาวาง ผมวางทีหลังเลยนะครับ เพราะถ้าวางไม้ไปก่อน ช่างเดินขึ้น-ลงจะพังซะก่อน
ตรงนี้เป็นบันไดทางขึ้นระเบียงหลังบ้านครับ เป็นบันไดปูนเปลือย เก๋ดี .
ออกมานอกบ้านกันบ้างครับ ภาพนี้ด้านหลังของบ้าน เริ่มทาสีจริงภายนอก โดยทาครึ่งบนของบ้านก่อน ครึ่งล่างทาทีหลัง เพราะดิน ฝุ่นยังเยอะอยู่ ชั้นล่างของบ้านบางส่วนเป็นกระเบื้อง เคนไซนะครับ แพงระยับเลย สถาปนิกก็ออกแบบเคนไซมาซะเยอะ โดยมีการติดเคนไซตามเสา ตามผนังบ้านแล้วครับ เริ่มมีมิติมากขึ้น เคลียร์พื้นที่ทำถนนเข้าบ้านละ
ก่อนเทถนนก็ทำการฝังหลักดินลงในตำแหน่งที่ความต่างศักย์ไฟฟ้าเยอะ ๆ ไฟจะได้ไหลมาง่ายหน่อย
เข้าแบบ เทถนน ถนนผมเป็นแบบออนกราวด์คือ ตบอัดดินแน่น ๆ ผูกเหล็ก แล้วเทเลย ไม่ลงเสา 6 เหลี่ยม เพราะดินที่นี่แข็งมากครับ แต่ตอนเทก็เว้นระยะห่างตัวบ้านไว้ครับ เผื่อทรุดในอนาคตจะได้ไม่ดึงบ้านลงไปด้วย
เทเสร็จละ เป็นวงเวียนแบบนี้ จริง ๆ สถาปนิกไม่อยากให้ทำวงเวียน บอกว่าเสียพื้นที่บ้าน แต่แฟนรีเควสครับ แฟนผมขับรถไม่เก่ง ไม่ชอบถอยเข้าออก เลยทำวงเวียนซะเลย หมุนรถง่าย ๆ เดี๋ยวพื้นปูนนี้จะทำสแตมป์คอนกรีตต่อครับ แต่ไว้ทำสุดท้ายเลย
เข้ามาข้างใน เป็นงานติดตั้งผนังหินอ่อนครับ ใช้หินลาย White Volakas ตอนแรกชอบ White Carara มาก แต่ว่าตอนที่ผมหาหินลาย White Carara มันไม่สวยเลย ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ลายนี้แทน ก่อนติดหินก็ต้องมาปูที่พื้นคัดลายก่อน
พอลายโอเคก็ยกขึ้นปูครับ ของผมใช้วิธีปูแบบเปียกคือ ใช้ปูนกาวโปะแล้วยึดด้วยกาวตะปูอีกที อีกวิธีคือ ปูแบบแห้ง ใช้พุกยึดกับผนังเลย แบบแห้งแข็งแรงกว่าแต่แพงกว่าครับ
ประตูมาแล้ว ผมใช้เป็นไม้จริงทั้งหมดครับ น่าจะไม้ตะแบกมั้ง แล้วเซาะร่องยาว ๆ ให้ออกแนวโมเดิร์นหน่อย รูปแบบลายประตูได้มาจากพี่ ๆ ที่เคยรีวิวบ้านเนี่ยแหละ (แต่ผมจำไม่ได้แล้วว่าท่านไหน) ลูกบิดผมใช้เป็นเขาควายของเฮเฟเล่ (Hafele) ทั้งบ้านเลยครับ ไปซื้อตอนลดราคาตรงบางนา ในรูปบานด้านซ้ายเป็นทางเข้าห้องนอนเล็ก บานด้านขวาเป็นห้องน้ำ แบบนี้ทั้งบ้านครับ ขี้เกียจคิดเยอะ ฮ่า ๆ ส่วนประตูทางเข้าหลักของบ้าน เป็นไม้สักตันเลยครับทั้ง 2 บ้าน แอบแพงแต่ก็สวยดีครับ ลูกบิดก็ของเฮเฟเล่ (Hafele) เหมือนกัน อันนี้ในไทยไม่มีต้องสั่งนำเข้า
หมดเรื่องประตู มาดูเรื่องไฟกันบ้าง พอทำฝ้าเสร็จก็ทาสีฝ้า พอสีฝ้าเสร็จ ก็เริมติดโคมไฟดาวน์ไลท์ ตรงนี้เป็นโถงใหญ่กลางบ้าน ใช้หลอด LED ขนาด 33 วัตต์ อย่างดี ค่าหลอดกับอะแดปเตอร์แพงมาก แต่ก็ยอมเพราะโถงสูง 7 เมตร คงไม่ปีนเปลี่ยนหลอดกันง่าย ๆ
ไฟในห้องนอนทุกห้อง ใช้โคมสีขาวฝังฝ้า สี่เหลี่ยมเรียบ ๆ โมเดิร์น ๆ ใช้หลอด LED ทั้งบ้านครับ ตรงโรงรถจะใช้หลอด Motion Sensor ด้วย เวลารถเข้ามาก็ติดอัตโนมัติ
ไฟโถงหน้าบ้าน เป็นดาวน์ไลท์แบบยื่นลงมา สีดำใหญ่หน่อย
มีพอยท์นิดนึงตรงนี้ไฟ จากรูปจะเห็นไฟดวงเล็ก ๆ อยู่ตรงกลางที่ลูกศรชี้คือ ไฟฉุกเฉินครับ ลากสายยาวต่อมาจากแบตเตอรี่ไฟฉุกเฉิน ที่ติดตามสถานที่ทั่วไป ปกติจะเป็นแบบหูมิกกี้เม้าส์ใช่ไหมครับ แต่ผมถอดออกหัวหนึ่ง แล้วลากสายโยงมาติดไฟ LED ดวงเล็ก ๆ ไว้ตรงบันได เวลาไฟดับ มันก็จะติด ทำให้มองเห็นทางเดินในบ้านได้ครับ ไม่ต้องเกาะหรือคลำทางเดิน.
ติดเสร็จก็เทสไฟสักนิดนึง ไฟโถงสว่าง สีสวยอย่างกับพวกห้างหรือโชว์รูม แฟนบอกสว่างไปหน่อย แต่ก็โอเคครับ เวลาใช้งานคงไม่เปิด 16 ดวงแบบนี้
นี่เป็นภาพ 3D ที่อินทีเรียออกแบบมาให้ ผมให้โจทย์ไปว่า ขอเรียบ หรู น้อย แต่ดูดีแนวโมเดิร์นหน่อย ออกมาภาพแรกก็ถูกใจเลยครับ อินทีเรียออกแบบมาได้ถูกใจทุกห้อง แทบไม่ต้องแก้เลย ชอบมาก
รูปนี้เป็นห้องนอนครับ การตกแต่งผมจะแนว ๆ นี้หมดทุกห้องเลย
ห้องนอนใหญ่ หัวเตียงและตู้ปลายเตียง ลองเทียบกับภาพด้านบนดู ใกล้เคียงนะ
ห้องนอนเล็ก ให้สังเกตที่พื้นครับ ตอนที่ถ่ายรูปนี้ช่างไม้มาทำพื้นรอบ 2-3 และเคลือบเรียบร้อยแล้ว สวยดี
โถงรับแขก แขวนไฟห้อยเข้าไป (ไม่อยากเรียกแชนเดอร์เลีย เพราะมันเป็นแค่ลูกกลม ๆ เอามาห้อย 6 ลูกแค่นั้น ฮ่า ๆ) สีตัดกันดีกับผนังหินอ่อน สวยดีครับ
ห้องสมุด
ห้องครัว
ห้องน้ำใหญ่
ห้องน้ำรับแขก
ห้องน้ำเล็ก 2 ห้อง สมมาตรกัน ใช้ตู้ของ MEGEN
เริ่มทำรั้วแล้ว รั้วบ้านผมเป็นรั้วต้นไม้ครับ โดยในภาพเป็นการทำกระถางไว้รอปลูกต้นไทรเกาหลี ทาสีขาว แล้วก็หาเหล็กดัดสีดำมาติด ไม่ให้มันโล้น ๆ เหลือต้นไม้ จะเอามาลงพร้อมงานสวน ส่วนรั้วด้านหน้าบ้านทำเป็นครึ่งปูน ครึ่งอลูมิเนียมครับ ที่เห็นนี่อลูมิเนียมลายไม้ ประตูบานเลื่อนติดมอเตอร์ ทำแค่ 20 เมตรครับ ทำทั้งบ้านไม่ไหวเป็นล้าน
ถังขยะแบบฝังรั้ว หาซื้อยากมาก ต้องสั่งในอินเทอร์เน็ตให้มาส่ง
ต่อด้วยงานสวนนี้จริง ๆ ก็ไม่อยากเรียกว่าสวนนะครับ เพราะมีแต่การปูหญ้ากับระบบสปริงเกอร์ล้วน ๆ เลย ผมไม่ชอบต้นไม้รก ๆ เลยขอแค่สนามหญ้าโล่ง ๆ เอาไว้เตะบอล เริ่มจากรื้อแคมป์คนงาน และเคลียริ่งรอบสุดท้าย
ติดตั้งสปริงเกอร์อัตโนมัติ แยกเป็น 3 โซนครับ
ด้านนอกบ้านก็เอาต้นไทรเกาหลีมาลงที่กระถางรั้ว ก็เป็นอันเสร็จงานรั้ว
เอาหญ้ามาลงแล้ว ผมใช้หญ้าพาสพาลัมครับ เพราะมันเขียวดี ไม่เหลืองง่ายเหมือนนวลน้อย
จัดสวนอินทผลาลัมตรงวงเวียน ตอนแรกว่าจะทำน้ำพุ แต่ขี้เกียจดูแล ต้นไม้ดีกว่า.
.
เสร็จแล้วครับ
เพราะคำว่าบ้านของผม ไม่ใช่การลงทุน บางคนอาจบอกว่าสร้างบ้านทำไมใหญ่โตตั้ง 20 ล้านบาท สร้างสัก 5 ล้านบาท แล้วเอาเงินไปลงทุนดีกว่า…สำหรับผมบ้านคือบ้าน คือที่ที่เราอยากกลับมาทิ้งตัวลงนอน อยากอยู่ตลอดเวลาเราหยุด กลับมาเจอภรรยาลูก ๆ ที่มีความสุข วิ่งเล่นในบ้านของเรา และอาจจะเป็นที่ที่ลมหายใจสุดท้ายของเราจากไปก็ได้ เงินลงทุน หาเมื่อไรก็ได้ แต่ลงทุนผิดก็เจ๊ง แต่บ้า…หากเราใส่ใจกับมัน ลงทุนครั้งเดียว สุขไปตลอดชีวิต[ads]
ที่เขียนรีวิวลงเว็บไซต์พันทิป เพราะอยากให้คนที่จะสร้างบ้านเองได้ทราบขั้นตอนวิธีบางอย่าง ที่บางทีหาไม่ได้ในตำรา และสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครเขียนรีวิวแบบละเอียดแบบนี้กันเท่าไรแล้ว ผมหาในกูเกิลมีแต่ช่วงปี 50-53 ที่เขียนรีวิวกันเยอะมากก แต่มาปีหลัง ๆ ไม่ค่อยมีเลย ล่าสุดบ้านใหญ่ ๆ ก็เป็น SCG Heim ผมก็ตามอ่านอยู่ครับสนุกดี แล้วก็ผมเขียนบล็อกเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบเช่นกัน ในบล็อกจะมีรายละเอียดเยอะกว่านี้มาก ๆ เข้าไปอ่าน พูดคุย ซักถามได้เลยครับ จากลิงค์ agentmolder.bloggang.com ก็ได้ครับ
เป็นไงกันบ้างครับกับรีวิวการสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น kaijeaw.com หวังว่ารีวิวการสร้างบ้านของ คุณ Agent Molder จะเป็นแรงบันดาลใจ และจะเป็นความรู้ให้คนที่อยากจะปลูกบ้านเป็นของตัวเองได้นำไปใช้ประโยชน์นะครับ การสร้างบ้านไม่จำเป็นต้องใหญ่โต แต่ให้พออยู่ พอสมฐานะที่เรามี มีมากสร้างใหญ่ มีน้อยสร้างน้อยพอเพียง แล้วจะมีความสุขครับ
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : คุณ Agent Molder สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ agentmolder