สบู่เลือด..บำรุงกำหนัด เป็นยาอายุวัฒนะ!!

advertisement
“สบู่เลือด” หรือ ว่านสบู่เลือด เป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดินมีขนาดใหญ่ มักพบขึ้นทั่วไปตามป่าธรรมชาติของทุกภาคในประเทศไทย ลักษณะเป็นพรรณไม้เถาที่ชอบพาดพันไปตามต้นไม้อื่น คล้ายบอระเพ็ดเถากลม มีอยู่ 2 ชนิด ด้วยกันคือ ตัวผู้กับตัวเมีย ตัวผู้หัวจะมีลักษณะยาวคล้ายหัวมันสำปะหลัง ตัวเมียหัวกลม นิยมใช้ตัวเมียมากกว่าตัวผู้ มียางสีแดงเหมือนกัน จึงถูกเรียก ชื่อตามสีของยางว่า “สบู่เลือด” และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นต่างๆ อยากจะรู้จักกับสรรพคุณของสมุนไพรสบู่เลือดกันบ้างแล้วใช่มั้ยคะ ตาม Kaijeaw.com มาได้เลยค่ะ มีสรรพคุณของสบู่เลือด มาบอกกัน
สบู่เลือดชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stephania pierrei Diels จัดอยู่ในวงศ์บอระเพ็ด (MENISPERMACEAE) โดยมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ ว่า บัวเครือ (เพชรบูรณ์), บัวกือ (เชียงใหม่, เพชรบุรี), บัวบก (กาญจนบุรี,นครราชสีมา), เปล้าเลือดเครือ (ภาคเหนือ), โกฐหัวบัว (ภาคกลาง), พุ่งเหมาด้อย (เมี่ยน), เป็นต้น
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของสมุนไพรสบู่เลือด เป็นไม้ล้มลุก มีหัวใต้ดินมีขนาดใหญ่ กลมแป้น เปลือกหัวสีน้ำตาล เนื้อในสีขาวนวล รสชาติมันและเฝื่อนเล็กน้อย
advertisement

ลำต้นแทงขึ้นจากหัว โค้งงอลงสู่พื้นดิน เป็นไม้กึ่งเลื้อยทอดยาวได้ประมาณ 3-5 เมตร[ads]
advertisement

ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปเกือบกลม หรือ กลมคล้ายใบบัว แต่จะมีขนาดเล็กกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางใบประมาณ 3-6 ซม. ก้านใบยาว 2-3.5 ซม. ติดที่กลางแผ่นใบ
advertisement

ดอกออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบ เป็นดอกแยกเพศ กลีบเลี้ยง 4-5 กลีบ รูปขอบขนาน สีเหลือง ไม่มีกลีบดอก ผลมีลักษณะเป็นทรงกลม มี 1 เมล็ด รูปเกือกม้า
สมุนไพรสบู่เลือดมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
1) ชนิดตัวเมีย ใบสีเขียว ก้านและเถาสีเขียว ดอกสีเขียวอมขาว มียางแดงๆ จางๆ เหมือนน้ำเหลือง หัวกลมเล็ก เนื้อสีเหลืองอ่อน ผิวเรียบ
2) ชนิดตัวผู้ ใบสีเขียวอมแดง ก้านและเถาอ่อน มีสีม่วงแดง หัวกลมโต ผิวขรุขระ ยางสีแดงเข้ม เนื้อสีเหลืองเข้ม เมื่อตากแห้งจะเป็นสีแดง
ส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ : ต้น, ใบ, ดอก, เถา, หัว, ก้าน และ ราก
advertisement

สรรพคุณทางยา
ต้น – กระจายลมที่แน่นในอก
ใบ – บำรุงธาตุไฟ ใส่บาดแผลสดและเรื้อรัง
ดอก – ฆ่าเชื้อโรคเรื้อน ทำให้อุจจาระละเอียด
เถา – ขับโลหิตระดู ขับพยาธิในลำไส้
หัว – เป็นยายุวัฒนะ ช่วยทำให้เจริญอาหารและแข็งแรง แก้อาการปวดเมื่อย
หัว, ก้าน – แก้เสมหะเบื้องบน ทำให้เกิดกำลัง บำรุงกำหนัด แก้อาการปวดศีรษะได้ราก – บำรุงเส้นประสาท ช่วยแก้หืด
เครือ – บำรุงเลือด[ads]
วิธีการใช้
– กระจายลมที่แน่นในอก นำต้นมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
– บำรุงธาตุไฟ ใส่บาดแผลสดและเรื้อรัง นำใบมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน หรือตำพอกแผล
– ฆ่าเชื้อโรคเรื้อน ทำให้อุจจาระละเอียด นำดอกมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
– ขับโลหิตระดู ขับพยาธิในลำไส้ นำเถามาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
– แก้เสมหะเบื้องบน ทำให้เกิดกำลัง บำรุงกำหนัด นำหัวหรือก้านมาต้มกับน้ำ ดื่ม
– บำรุงเส้นประสาท นำรากมาต้มกับน้ำ ดื่มรับประทาน
– หัวกับก้านรับประทานกับสุรา ทำให้หนังเกิดอาการชาอยู่ยงคงกระพัน เมื่อถูกเฆี่ยน ตีไม่เจ็บไม่แตก
– หัวหั่นเป็นชิ้นบางๆ สัก 3 แว่น ตำโขลกกับน้ำซาวข้าวหรือสุราก็ได้ให้ละเอียดๆ แล้วคั้นเอาแต่น้ำดื่ม ประมาณ 1 ถ้วยชา เช้า-เย็น และก่อนนอน แก้ตกเลือดของสตรี แก้มุตกิด ระดูขาว หรือตกขาวได้ผลดีมาก
– ใช้เป็นยายุวัฒนะ ด้วยการใช้หัวนำมาตากแห้งบดเป็นผง ใช้ผสมกับน้ำผึ้งใช้เป็นยาลูกกลอนนำรับประทาน
– หัวรับประทานได้ ช่วยทำให้เจริญอาหารและแข็งแรง
– เครือนำมาต้มใส่ไก่ร่วมกับว่านมหากาฬ ใช้รับประทานเป็นยาบำรุงเลือด
– รากหรือหัวนำมาตำใช้พอกศีรษะ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะได้
– หัวนำมาใช้ต้มดื่มช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้
ตำรายาแผนไทยปัจจุบัน ระบุว่า ใบของ “ว่านสบู่เลือด” มีการค้นพบว่า มีสรรพคุณทางเภสัชชั้นยอด โดยใช้ใบจำนวน 7 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดต้มกับน้ำกะตามต้องการดื่มแทนน้ำชา จะเป็นยาบำรุงเซลล์สมอง และ บำรุงเส้นปลายประสาทได้ ซึ่งจะทำให้ไม่เป็นโรคความจำเสื่อม
ด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพรที่มีมากมายของสมุนไพรสบู่เลือด ปัจจุบันเราอาจจะพบได้ว่าสมุนไพรชนิดนี้มีการนำมาแปรรูปผลิตภัณฑ์ เป็นแบบชนิดผงชงเป็นน้ำชาหรือแคปซูล หรือเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ หากนำมาใช้ก็อย่าลืมตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เครื่องหมายการค้า และทะเบียนยาให้ชัดเจนด้วยนะคะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com