13 สุดยอดสมุนไพร ..ป้องกันความดันโลหิตสูง!!

advertisement
เพราะโรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคร้ายในผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น 3 เท่า! มีโอกาสเกิดโรคหัวใจวายเพิ่มขึ้น 6 เท่า! และมีโอกาสเกิดโรคอัมพาตเพิ่มขึ้น 7 เท่า! ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง ต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ และรับการรักษาโดยด่วน! ดังนั้นแล้ววิธีที่ดีที่สุดคือป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง Kaijeaw.com ขอแนะนำให้คุณทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณป้องกันและบรรเทาโรคความดันโลหิตสูงค่ะ
advertisement

>> ผู้ที่เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
– กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัว อย่างปู่ย่า ตายาย บิดา มารดาเป็นความดันโลหิตสูง โอกาสที่บุตรจะมีความดันโลหิตสูงมีมาก
– ผู้ชายมีโอกาสเป็นความดันโลหิตสูงมากกว่าผู้หญิง แต่ในผู้หญิงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนจะมีโอกาสเป็นความดันโลหิตมากกว่าผู้ชาย
– ในช่วงอายุ 35-50 ปี มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคสูง
– ส่วนเชื้อชาติ พบมากที่สุดในคนอเมริกันเชื้อสายคนดำแอฟริกัน
– น้ำหนัก คนอ้วนพบความดันโลหิตสูงมากกว่าคนผอม
– การทานเกลือสูงหรือชอบกินเค็ม
– การขาดการออกกำลังกาย
– ความเครียด
– การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
– ไขมันในเลือดสูง
– ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
สมุนไพรป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง
advertisement

1. ขิง
ใช้ประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน ทานเป็นผักสด ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและช่วยลดความดันโลหิต *ข้อควรระวัง เนื่องจากขิงเป็นพืชที่มีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานมากไปอาจจะทำให้เกิดร้อนในและแผลในกระเพาะอาหารได้ นอกจากนี้ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีและรับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อน
advertisement

2. มะกรูด
ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยต้านเชื้อแบคเรีย ใช้ใบมะกรูด 7-10 ใบมาต้มน้ำ ดื่มเช้า-เย็นเป็นประจำทุกวัน
[ads]
advertisement

3. อบเชย
สรรพคุณในการช่วยลดความดันโลหิต โดยการนำอบเชยมาบดให้เป็นผงชงกับน้ำหรือจะเลือกแบบสำเร็จรูป ชงกับน้ำ ดื่มเช้า เย็น และก่อนนอน นอกจากนี้อบเชยยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานอีกด้วย
advertisement

4. กระเทียม
ทานกระเทียมสดประมาณครึ่งช้อนชา จะทานพร้อมอาหารวันละ 2-3 ครั้งหรือจะใช้วิธีเคี้ยวกระเทียมสดๆ ก็ได้ (อาจแสบปาก) ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เพราะว่าฤทธิ์ของกระเทียมจะทำให้แสบกระเพาะได้
advertisement

5. คื่นช่าย
ใช้ต้นสดมาตำ คั้นเอาแต่น้ำดื่มหรือใช้ต้นสด 1-2 กำมือตำให้ละเอียดต้มกับน้ำ แล้วกรองเอากากออก ใช้รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหาร หรือทานเป็นผักสดผสมในอาหาร
advertisement

6. กาฝากมะม่วง
เป็นไม้พุ่มปรสิตขึ้นบนกิ่งไม้ใหญ่ๆ ใช้กาฝากของต้นมะม่วง นำมาตากแห้งต้มน้ำดื่มต่างน้ำชาหรือตากแห้งคั่วแล้วชงดื่ม ในบางท้องถิ่นให้ใช้กาฝากสดนำใบและกิ่ง 1 กำมือต้มกับน้ำดื่ม
7. ตะไคร้
ตะไคร้หั่นเฉียงบางๆ 4 ต้น น้ำเปล่า 3 ถ้วย ต้มตะไคร้ในน้ำให้เดือดสักครู่ประมาณ 5 นาที กรองด้วยผ้าขาวบาง จึงเติมรสหวานด้วยน้ำตาลตามใจชอบ (แนะนำว่าไม่ควรหวานมาก) ต้มให้เดือดอีกครั้ง เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็น ใส่น้ำแข็งดื่มได้อย่างชื่นใจ
[yengo]
advertisement

8. ใบทองพันชั่ง
ใช้ใบที่ไม่อ่อนหรือแก่เกินไปนำมาตากแดดให้แห้ง ประมาณ 20 ใบ ผสมกับชาจีน 1 ช้อนชา ใช้ชงในน้ำร้อนแช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ทานก่อนมื้ออาหารทั้ง 3 มื้อ ทานให้ได้อย่างน้อย 5-7 วันติดต่อกัน
9. กระเจี๊ยบแดง
ใช้ส่วนของกลีบเลี้ยงลดอาการความดันโลหิตสูง โดยใช้กลีบเลี้ยงที่แห้งต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนกินเป็นชากระเจี๊ยบ นอกจากจะช่วยลดอาการความดันโลหิตสูงแล้วยังช่วยลดคอเลสเตอรอล แก้นิ่ว และลดไข้ได้อีกด้วย
advertisement

10. ใบบัวบก
สรรพคุณทั่วไปใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ แก้อ่อนเพลีย ขับปัสสาวะ แก้ร้อนใน และสามารถลดความดันโลหิตสูงได้ โดยใช้ต้นสดจำนวน 1-2 กำมือ มาต้มกับน้ำดื่ม ดื่มเป็นประจำ นอกจากนั้นใบบัวบกสามารถรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้อีกด้วย
11. หญ้าหนวดแมว
นำใบไปตากจนแห้งจึงนำมาชงกับน้ำร้อน ดื่มเป็นประจำจนกว่าอาการความดันจะกลับสู่ภาวะปกติ *ข้อควรระวังไม่ควรใช้คู่กับยาแอสไพรินเพราะหญ้าหนวดแมวมีเกลือโพแทสเซียมอยู่ในปริมาณสูง รวมถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ
advertisement

12. ระย่อมน้อย
ใช้ส่วนรากแห้งประมาณ 200 มิลลิกรัม ที่ทานต่อวัน ป่นเป็นผงคลุกกับน้ำผึ้ง รับประทานเป็นยาเม็ด 1-3 อาทิตย์ติดต่อกัน
* ข้อควรระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีอาการวิงเวียนศีรษะ, หน้ามืด, ใจสั่น หรือมีอาการผิดปกติให้หยุดยาทันที
13. ดอกมะขาม
นำดอกสดมาทำอาหาร อย่างเป็นแกงส้มหรือต้มปลาสลิดรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ
>> ข้อแนะนำเพิ่มเติม <<
อย่างไรก็ตามแต่การใช้สมุนไพรต่างๆ นั้น ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดผลข้างเคียงหรืออันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิดได้
สมุนไพรสรรพคุณทางยาช่วยป้องกัน บรรเทา และรักษาโรคความดันโลหิตสูงเหล่านี้เป็นทางเลือกที่ดี สำหรับทุกคนที่ไม่อยากเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่ ทั้งยังช่วยบำรุงร่างกายในเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้จึงควรควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดการดื่มสุรา เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ และมีเกลือน้อย เพียงเท่านี้คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com