อินทนิลน้ำ..รักษาความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลในเลือด!!

advertisement
อินทนิลน้ำ ..เป็นไม้ชนิดหนึ่งที่พบได้ตามที่ราบลุ่มและบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ ลำห้วย ป่าเบญจพรรณชื้น และป่าดงดิบทั่วทุกภาคของบ้านเรา จะพบมากในป่าดงดิบของภาคใต้ นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ และปลูกริมทางทั่วไป เนื่องจากมีดอกและใบที่สวยงาม ให้ร่มเงาและเจริญเติบโตเร็ว ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม จะออกดอกสีสันสวยงามรวมกันเป็นช่อใหญ่ สีม่วงสด สีม่วงอมชมพู หรือสีชมพูล้วนๆ ในเดือนมิถุนายน เป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดระนองและจังหวัดสกลนคร ที่สำคัญอินทนิลน้ำเป็นพืชที่มีสรรพคุณสมุนไพร ช่วยแก้เบาหวานและช่วยลดความอ้วนได้ผลดี ปัจจุบันมีการนำไปแปรรูปเป็นสมุนไพรอินทนิลน้ำแบบสำเร็จรูป ในรูปแบบแคปซูลและแบบชงเป็นชาอีกด้วยค่ะ นับเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจอีกชนิด วันนี้ Kaijeaw.com จึงจะนำพาให้คุณได้รู้จักกับ “อินทนิลน้ำ” ให้มากยิ่งขึ้นค่ะ
advertisement

http://sakonnakhonguide.com/upload/pics/d71a4653dfdf474a29cf3c68eeecadd9.jpg
อินทนิลน้ำ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lagerstroemia speciosa (L.) Pers ชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen's crape myrtle, Pride of India, Queen's Flower มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เช่น ฉ่วงมู ฉ่องพนา(กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), ตะแบกดำ(กรุงเทพฯ), บางอบะซา(มลายู-ยะลา, นราธิวาส), บาเย บาเอ(มลายู-ปัตตานี) และอินทนิล(ภาคกลาง, ใต้) เป็นต้น
advertisement

http://www.caretransplanters.com.au/images/sub-tropical/flowering-exotics/resized/lagerstroemia%20speciosa-fulltree.jpg
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของอินทนิลน้ำ เป็นไม้ต้น ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่ไว สูง 5-20 เมตร [ads]
ลำต้น – ต้นเล็กมักคดงอ แต่พอใหญ่ขึ้นจะเปลา ตรง มักจะมีกิ่งใหญ่แตกจากลำต้นสูงเหนือพื้นดินขึ้นมาไม่มากนัก ดังนั้น เรือนยอดจึงแผ่กว้าง พุ่มแบบรูปร่มและคลุมส่วนโคนต้นเล็กน้อยเท่านั้น ต้นอินทนิลน้ำที่พบตามธรรมชาติในป่าทั่วๆ ไป จะมีเรือนยอดคลุมลำต้นประมาณเก้าในสิบส่วนของความสูงทั้งหมด ผิวเปลือกนอกสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน และมักจะมีรอยด่างเป็นดวงสีขาวๆ ทั่วไป ผิวของเปลือกค่อนข้างเรียบ เปลือกหนาประมาณ 1 ซม. เปลือกในออกสีม่วง
advertisement

http://www.lycheetreenursery.com/images/Queen_Crape_Myrtle_Flower.JPG
ใบ – เป็นชนิดใบเดี่ยว ออกตรงข้ามหรือเยื้องกันเล็กน้อย ทรงใบรูปขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปหอก กว้าง 5-10 ซม. ยาว 11-26 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา เกลี้ยง เป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบมนหรือเบี้ยวเยื้องกันเล็กน้อย ปลายใบเรียวและเป็นติ่งแหลม เส้นแขนงใบ มี 9-17 คู่ เส้นโค้งอ่อนและจะจรดกับเส้นถัดไปบริเวณใกล้ๆ ขอบใบเส้นใบย่อยเห็นไม่เด่นชัดนัก ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นบ้างเล็กน้อย ก้านใบยาวประมาณ 1 ซม. เกลี้ยง ไม่มีขน
ดอก – โต มีสีต่างๆ กัน เช่น สีม่วงสด ม่วงอมชมพู หรือม่วงล้วนๆ ออกรวมกันเป็นช่อโต ยาวถึง 30 ซม. ตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบตอนใกล้ๆ ปลายกิ่ง ตรงส่วนบนสุดของดอกตูมจะมีตุ่มกลมเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลาง ผิวนอกของกลีบฐานดอกซึ่งติดกันเป็นรูปถ้วยหรือรูปกรวยหงายจะมีสันนูนตามยาวปรากฎชัด และมีขนสั้นปกคลุมประปราย กลีบดอกบาง รูปช้อนที่มีโคนกลีบเป็นก้านเรียว ผิวกลีบเป็นคลื่นๆ บ้างเล็กน้อย เมื่อบานเต็มที่จะมีรัศมีกว้างถึง 5 ซม. รังไข่ กลม เกลี้ยง ผล รูปไข่เกลี้ยงๆ ยาว 2-2.5 ซม. เมื่อแก่จะแยกออกเป็น 6 เสี่ยง เผยให้เห็นเมล็ดเล็กๆ ที่มีปีกเป็นครีบบางๆ ทางด้านบน
advertisement

http://farm3.static.flickr.com/2717/4346212626_37732fab78.jpg
สรรพคุณของสมุนไพรอินทนิลน้ำ มีสรรพคุณที่โดดเด่นใสเรื่องช่วยรักษาโรคเบาหวาน โดยช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดไขมันและความดันโลหิตสูงได้อีกด้วย ดังนี้
ใบ – รักษาโรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเส้นเลือด ขับปัสสาวะ
โดยก่อนใช้ใบอินทนิลน้ำรักษาโรคเบาหวาน คนไข้ควรให้แพทย์ตรวจน้ำตาลในเลือดหรือในปัสสาวะดูเสียก่อนว่า "มีปริมาณน้ำตาลในเลือดอยู่เท่าใด" เมื่อทราบปริมาณน้ำตาลในเลือดแน่อนอนแล้ว จึงปฏิบัติดังนี้คือ
1) ให้ใช้ใบอินทนิลน้ำตากแห้งจำนวน 10% ของปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้ เช่น คนไข้มีน้ำตาลในเลือด 300 มิลลิกรัม ให้ใช้ใบอินทนิลน้ำ 30 ใบ บีบให้แตกละเอียด ใส่น้ำบริสุทธิ์เท่าปริมาณความต้องการของคนไข้ผู้นั้นใช้ดื่มในวันหนึ่งๆ เทลงในหม้อเคลือบ หรือหม้อดิน (ไม่ควรใช่ภาชนะอลูมิเนียมต้มยา) แล้วเคี่ยวให้เดือดประมาณ 15 นาที นำน้ำยาใบอินทนิลน้ำชงใส่ภาชนะไว้ให้คนไข้ดื่มแทนน้ำตลอดวัน ติดต่อกันไป 20-30 วัน จึงควรตรวจน้ำตาลในเลือดของคนไข้ผู้นั้นอีกครั้งหนึ่ง
2) เมื่อปรากฎว่าปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้ลดปริมาณเหลือน้อยลงก็ให้ลดจำนวนใบอินทนิลน้ำลงตามปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้ สมมุติว่า น้ำตาลในเลือดของคนไข้ลดลงเหลือ 200 มิลลิกรัม ก็ควรลดจำนวนอินทนิลน้ำลงเหลือ 20 ใบ แล้วนำไปต้มเคี่ยวให้คนไข้ดื่มน้ำ ดื่มต่อไปทุกๆ วันติดต่อกัน 15-21 วัน แล้วจึงควรตรวจปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้อีกครั้งหนึ่ง
3) หากน้ำตาลลดลงอีกก็ให้ลงปริมาณใบอินทนิลน้ำให้เหลือ 10% ของปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้ จนกระทั่งน้ำตาลลดลงอยู่ในระดับปกติ จึงควรงดใช้ใบอินทนิลน้ำให้คนไข้รับประทานชั่วคราว
4) หากปริมาณน้ำตาลในเลือดของคนไข้เพิ่มขึ้นผิดปกติเมื่อใด ก็ให้คนไข้เริ่มรับประทานใบอินทนิลน้ำใหม่ สลับกันจนกว่าคนไข้ผู้นั้นจะหายป่วยจากโรคเบาหวาน เป็นปกติ
มีการศึกษาวิจัยพบว่า ใบของอินทนิลน้ำมีสารโคโรโซลิค เอซิด (Corosolic Acid) ซึ่งออกฤทธิ์เหมือนอินซูลิน โดยจัดเป็นอินซูลินจากธรรมชาติที่ไม่พบผลข้างเคียง ทั้งยังช่วยชะลอการย่อยแป้งในระบบทางเดินอาหาร ทำให้การลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ดีขึ้น มีฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นที่ดี สามารถช่วยลดความดัน ลดน้ำตาลในเลือด และปรับการทำงานของไตได้ โดยการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ร่างกายนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานในเซลล์ได้เป็นปกติ จึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
มีงานวิจัยทดลองให้ผู้ป่วยกินยาต้มจากใบอินทนิลน้ำ ในปริมาณ 80 กรัมต่อคน ปรากฏว่า ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง และให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 กินสารสกัดจากอินทนิลน้ำ ขนาด 48 มก./วัน เป็นเวลานาน 2 สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ [yengo]
ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการสกัดสารจากใบอินทนิลน้ำด้วยแอลกอฮอล์ นำไปทำให้เข้มข้นจนได้สารสกัด 3 mg./ml. แล้วนำไปทำเป็นยาเม็ดขนาดเม็ดละ 250 mg. ให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและมีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดที่ลดลง
ผลการวิจัยในสหรัฐอเมริกา มีการสุ่มตัวอย่างทดลอง โดยนำสารสกัดจากใบอินทนิลน้ำ ในอัตราส่วนของโคโรโซลิค เอซิด 1% ไปให้กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ทดลองใช้ ผลปรากฏว่า สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 30%
advertisement

http://il8.picdn.net/shutterstock/videos/3487817/thumb/1.jpg?i10c=img.resize(height:160)
ในประเทศสิงคโปร์ มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่ง คลินิกโรคเบาหวานหลายแห่ง ได้นำสารสกัดจากใบอินทนิลน้ำในรูปแบบชาสุขภาพ ทดลองใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า สามารถควบคุมระดับน้ำตาล และลดไขมันในเลือดได้จริง
ส่วนอื่นๆ ของอินทนิลน้ำที่มีสรรพคุณสมุนไพร ดังนี้
ใบ – มีรสขมฝาดเย็น ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ใบแก่เต็มที่ประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่มในตอนเช้า
เมล็ด – ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ
เปลือก – ช่วยแก้ไข้ แก้อาการท้องเสีย
ราก – มีรสขม ช่วยรักษาแผลในช่องปากและคอ ใช้เป็นยาสมานท้อง
แก่น – มีรสขม ใช้ต้มดื่มรักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการได้
ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของอินทนิลน้ำ พบว่า ช่วยต้านไวรัส ยับยั้งเชื้อรา ช่วยลดอาการอักเสบ
ข้อควรระวัง – ห้ามใช้ในเด็ก หญิงที่มีครรภ์ มารดาระหว่างให้นมบุตร และคนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
เพราะโรคเบาหวานไม่ใช่โรคไกลตัวเลยค่ะ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และวัยกลางคน หากเป็นแล้วยากที่จะรักษาให้หายได้เด็ดขาด วิธีการดูแลรักษาคือ ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกายไม่ให้สูงขึ้น เลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และ สมุนไพร “อินทนิลน้ำ” ก็นับเป็นตัวช่วยดีๆ สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน (ปรึกษาแพทย์ก่อน) และผู้ที่รักสุขภาพ ป้องกันตนจากโรคเบาหวาน อย่างดีเลยทีเดียวค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com