อุทาหรณ์ เข้าพักโรงแรมหรู เกือบโดนขโมยรถแบบเนียนๆ

advertisement
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่อยากจะขอแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายๆท่าน โดยคุณ Thanasarn Bright Reungpatana ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวโดยระบุรายละเอียดว่า วันนี้ขอเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ซึ่งเกิดขึ้นที่ โรงแรม5 ดาวที่พัทยาแห่งหนึ่ง (ขึ้นต้นด้วยR) ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ และก็เตือนภัยให้เพื่อนๆระวังไว้นะครับ (ยาว) แชร์ได้
advertisement

– เหตุการณ์คือเราได้ไปเที่ยวพัทยากับเพื่อนๆเมื่อวันเสาร์ที่ 12/ธ.ค./63 โดยจองโรงแรม R…pattaya (5ดาว) จำนวน1 คืนพอวันอาทิตย์ที่ 13/ธ.ค./63 ช่วงประมาณเที่ยงครึ่ง checkout และลงไปทานข้าวกับเพื่อนๆ ที่ห้องอาหารโรงแรม
– พอบ่ายสองได้ยื่นบัตรvalet parking ให้พนักงานหน้า front เพื่อให้เค้าขับรถเราขึ้นมาที่หน้าโรงแรม(เนื่องจากเราvalet รถไว้ กุญแจรถจะอยู่กับทางโรงแรม)
– ผ่านไปซัก15-20 นาที คิดว่ารถน่าจะมาแล้ว เลยเดินไปดูที่หน้าโรงแรม เห็นรถของตัวเองจอดอยู่
– เมื่อเดินไปที่รถ ปรากฎว่ามีฝรั่ง 1 คน กำลังจัดการ car seat เด็กที่เบาะหลังรถของเรา มีภรรยาฝรั่งนั่งอยู่อีกข้าง ของเติมรถไปหมด และพร้อมออกเดินทาง ขับรถออกไป
– ด้วยความตกใจมากๆ เราเลยเดินไปที่ประตูหน้าซึ่งปิดอยู่ แต่แง้มกระจกไว้ เครื่องสตาร์ทเรียบร้อย มองเข้าไปในรถ เป็นรถเราแน่ๆ ( มีของใช้ ถุง บัตรต่างๆในรถ) และกุญแจรถวางอยู่บนเบาะที่นั่งคนขับ
– เลยเอามือเข้าไปในกระจกหน้า รีบหยิบกุญแจขึ้นมาจากที่นั่งคนขับ ฝรั่งคนนั้นหันขวับมาถามเราว่า ‘ who are you?, what are you doing?’ เราก็ตกใจด้วย โกรธด้วย ก็บอกว่า นี่รถเรา คุณหนะเป็นใคร และกุญแจนี่ก็ของเรานะ (มีพวงกุญแจ) ฝรั่งก็ทำท่าไม่เชื่อ และจะเอากุญแจคืน
– จากนั้นเลยมีการตะโกนแจ้ง เจ้าหน้าที่ ตรงบริเวณ valet ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นี่รถเรา ทำไมมีคนอื่นมานั่งในรถ และจะขับออกไปแล้วด้วย ทำอย่างนี้ได้ยังไง เกิดอะไรขึ้น
– พนักงานที่เข้ามา ดูท่าทางตกใจ และบอกว่า นึกว่ารถของคุณฝรั่ง เพราะ ฝรั่งดูรีบร้อน และบอกว่ารถคันนี้คือรถของคุณฝรั่งเอง เลยให้กุญแจฝรั่งไป โดยไม่มีการถามทะเบียน ขอดูบัตร ถามชื่อใดๆ และคนรับบัตรจากเราไป และคนให้กุญแจกับฝรั่งก็เป็นคนละคน
– สรุป เหตุการณ์หน้าfront คือ ทางโรงแรมก็ให้ฝรั่ง ขนของออกไปจากรถเรา ซึ่งมีของทุกอย่างทั้งด้านหน้ารถ และท้ายรถ พนักงานบอกขอโทษเรา แต่ก็ไม่ได้เช็คอะไรอย่างละเอียด หรือถามชื่อเราดีได้ด้วยซ้ำ หรือแม้แต่ทะเบียนรถเรา
– เราเองรีบเช็คของว่ามีอะไรหายมั้ย ระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่คนเดิม ที่เป็น chief navigator ก็ยื่นนามบัตรมาให้ และบอกว่าถ้ามีอะไร หรือเกิดของหาย ให้ติดต่อเบอร์นี้ เค้าจะรับผิดชอบเอง
– ตอนนั้นคือ เราเองก็ตกใจมากและสับสนด้วย ไม่รู้ว่าใครเป็นมิจฉาชีพ หรือ เค้าเอารถเราไปให้ใครขับก่อนหน้านี้รึเปล่า มันงงจริงๆ พอเช็คของ ก็รีบขับออกมากเลย
จากนั้นเราก็คุยกับเพื่อนๆ คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก มันไม่ใช่luggage หรือกระเป๋าตัง แต่มันเป็น รถยนต์!! ซึ่งถ้าเราไม่เดินออกมาแล้วเห็นว่ามีคนอื่นกำลังจะเอารถเราไป ภายใน5นาทีนั้น รถเราหายไปแล้วแน่ๆ
14/12/63
– ช่วงเย็นวันจันทร์ เราเลยโทรไปที่โรงแรมขออีเมล์ เพื่อแจ้งร้องเรียน กับเหตุการณืที่เกิดขึ้น
– ทาง operator ชื่อคุณ N.. จึงขอให้เราเล่าเรื่องคร่าวๆ และบอกว่าขออนุญาตโอนสายให้manager ชื่อคุณ E.. ต่อ เพราะคิดว่าจัดการเรื่องนี้เองไม่ได้
– ปลายสายได้คุณกับ คุณ E ซึ่งชาวต่างชาติ และเข้าใจว่าเป็นmanager เราเล่าเหตุการณ์ฝั่งเราอย่างละเอียด
– ทางฝั่งโรงแรมแจ้งว่าตกใจ แต่ยังไม่ได้รับทราบเรื่องนี้!! (วันครึ่งแล้วนะคุณครับ พนักงานก็ปล้อยเลยตามเลยหรอ) ขอinvestigation กับทีมก่อน เราก็ให้ข้อมูลเรื่องห้องพัก รถ เวลาต่างๆ บุคคลที่ให้นามบัตรมา
15/12/63
– เย็นอีกวันหนึ่ง 15/12/63 คุณ E โทรมา แจ้งว่า ยอมรับว่า เป็นความผิดของโรงแรม R เอง ได้กล่าวตักเตือนพนักงาน และจะระมัดระวังให้มากขึ้น ที่ส่งกุญแจผิดเพราะคิดว่าฝรั่งเป็นเจ้าของรถ และ บอกว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น [ads]
– ความพีคต่อมา ถ้ามีโอกาส อยากขอให้complementary คือ หากเราจองห้องพักที่โรงแรม R แห่งนี้ใหม่อีกครั้ง จะอัพเกรดห้องให้
– ณ จุดนั้น ก็คือรู้สึกแย่มากๆ กับสิ่งที่โรงแรมแก้ปัญหา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ไม่มีการจัดการเบื้องต้นที่ดี ณ จุดที่เกิดเหตุ จนถึงตอนนี้
– 1. โรงแรมยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนเลยว่าจะแก้ไขปัญหายังไงในส่วนของตัวเอง รู้แต่ว่าตักเตือนพนักงานแล้ว และประชุมกันแล้ว ว่าต้องแก้ไข
– 2. มาบอกว่าให้เราจองใหม่แล้วจะช่วยอัพเกรดห้องให้ นี่คือการดูแลลูกค้าของโรงแรมนี้ จริงๆหรอครับ
– เราเลยบอกว่า เราเป็นลูกค้าธรรมดาๆคนนึง ที่คาดหวังกับโรงแรมแห่งนี้เมื่อมาพัก พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ รู้สึกผิดหวัง และเสียใจมาก การแก้ปัญหาทุกๆส่วนของคุณ ไม่ว่าจะกับมาตรฐานของตนเอง รวมถึงลูกค้า เป็นการบ่งบอก วิสัยทัศน์ และการจัดการ ความprofessionalของโรงแรมคุณ ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่พูดมาทั้งหมด การอัพเกรดห้องให้เมื่อเราเสียตังจองใหม่ การบอกว่าขอโทษ และจะจัดการให้ดีขึ้น มันเพียงพอแล้ว ก็จะพยายามรับทราบ และขอเปลี่ยนมุมมองกับโรงแรมนี้นะ
– สิ่งที่คุณ E ตอบกลับมาคือ หรือว่าถ้าคุณไม่อยากอัพเกรดห้อง ให้เป็น มาทำสปาที่พัทยาแทนได้มั้ย เราก็คือชอคๆ หนักกว่าเดิม แบบเห้ย เข้าใจที่ผมพูดมั้ยยยยย นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะ เลยบอกว่า เห้ย..คุณใจเย็นๆ ลองไปคุยเป็นทีมก่อนมั้ย ว่าจะแก้ปัญหายัง เพราะมันrepresent ทั้งตัวโรงแรม บุคลากรและการจัดการนะ สิ่งที่คุณตอบมา นี่คุยกันมาแล้วจริงๆหรอ
advertisement

– คุณE เลยขอ email เราไปและบอกจะติดต่อกลับมา หลังจากที่คุยกันวันอังคารที่ 15/12/63 เรารอมาเกือบ1 อาทิตย์เราไม่ได้รับ email ซักฉบับจากคุณ E
22/12/63 ครบ1 อาทิตย์ หลังจากไม่ได้รับการติดต่อใดๆ
– เราโทรไปที่โรงแรมอีกครั้ง เพื่อขอคุยกับ คุณE ปรากฎว่าคุณ E ไม่อยู่ตอนนี้ จึงขอคุยกับคนที่เป็นหัวหน้าสักคน
– ทางโรงแรมโอนสายให้คุณ MT ซึ่งแจ้งว่า เป็น Front office manager (สรุปแล้วคุณ E เป็น assistant manager ที่มาแทน asst manager อีกคนที่ลาคลอด… —‘)
– เราถามว่าคุณ MT ทราบเรื่องเหตุการณ์ของผมบ้างมั้ยครับ คุณ manager MT ก็ได้บอกว่าขอโทษ ได้มีการตักเตือนพนักงาน และจะมีการจัดการอื่นๆต่อ นอกจากนั้น ก็ยังเสนอoption ให้เราเข้าไปเสียตังพักใหม่ แล้วเดี๋ยวอัพเกรดห้องให้อีกครั้ง
– ทำให้เรารู้ว่า สรุปเค้าไม่ได้ไปคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็พูดไปตามตรงว่าเราจะไม่พูดซ้ำ ขอให้ไปคุยกันให้รู้เรื่อง ผิดหวัง ที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ ไม่พอ ยังมาเจอการแก้ปัญหาแบบนี้ ที่ลูกค้าต้องมาทวงถามความprofessional ซ้ำๆ
– เราให้ email คุณ manager MT ไปอีกครั้ง ครั้งนี้เราขอจดหมายสรุปเหตุการณ์ทั้งหมด อธิบายอย่างละเอียด การแก้ไขปัญหา มาตรการ และสิ่งที่คุณจะรับผิดชอบกับลูกค้า ความเชื่อมั่นที่จะให้ และ ความรับผิดชอบของคุณคืออะไร
สรุปแล้ว สิ่งที่เราต้องการคือ คำอธิบายแบบละเอียด และ การดูแลลูกค้าหลังเจอเหตุการณ์ที่แย่ๆแบบนี้ ไม่ใช่การให้เราโทรไปเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งหมด แล้วบอกขอโทษ และมาoffer upgradeห้อง โดยที่ให้เราต้องไปจ่ายตังอีก หากต้องการพัก หรือ ไม่มีแม้กระทั่งการ follow up case กับลูกค้า
เราก็แค่ลูกค้าทั่วไปคนหนึ่งแหละ แต่เหตุการณ์นี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครรึเปล่า? จริงๆไม่อยากโพสต์ไรด้วย เพราะพิมพ์ยาว เหนื่อย แต่ไม่โอเคจริงๆครับ เลยอยากเตือนเพื่อนๆด้วยครับ ไว้รอว่าเค้าจะยังไงแล้วเดี๋ยวจะมาเล่าต่อ ใครรู้ช่องทางติดต่อ headquarter ของโรงแรมนี้บอกได้นะครับ จะได้สอบถามว่าปกติแล้วมีการจัดการอย่างไร #โรงแรมห้าดาวพัทยาที่ขึ้นต้นด้วยตัวอาร์ #ฝากไว้1รูป #ภาพตอนเอาของลงจากรถแล้ว
จากความคิดเห็น
advertisement

น่าจะเรียกตำรวจมาคุย
advertisement

ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นหลายๆท่านได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย หลายท่านสงสัยกันว่าโรงแรมหรูระดับนั้น ทำไมไม่รอบคอบ และเรื่องนี้น่าจะให้ตำรวจสอบปากคสักหน่อย เพราะสงสัยว่าอาจจะเป็นแก๊งขโมยรถหรือเปล่า
ขอขอบคุณที่มาจาก : Thanasarn Bright Reungpatana