เกาลัด..อร่อยดี มากคุณค่า ช่วยต้านสารพัดโรค!!

advertisement
“เกาลัด” เป็นพืชจำพวกนัต หรือพืชเมล็ดเปลือกแข็งเช่นเดียวกันอัลมอนด์ ผลเกาลัดมีลักษณะค่อนข้างกลมสีเขียว มีขนแหลมเมื่อแก่จะมีสีน้ำตาลและแตกออกภายในมีเมล็ด และใช้ส่วนเนื้อในเมล็ดกินเป็นอาหาร กินเกาลัดทั้งดิบและสุก มีถิ่นกำเนิดในจีน ภาษาจีนเรียกว่า เลียกก้วย ไต่เลียกหรือปั้งเลียก และเป็นนิยมอย่างมาก นอกจากความอร่อยแล้วยังมีคุณประโยชน์อย่างมาก จนได้รับการยกย่องในชาวจีนว่าเป็น "ราชาแห่งเมล็ดพันธุ์พืช" ในบ้านเราจะนิยมนำไปคั่วและแกะเปลือกสีน้ำตาลดำออกมา ก็จะพบกับเนื้อในที่เป็นสีขาวขุ่น นำมาทานแล้วจะมีรสชาติมันอร่อย นอกจากความอร่อยเคี้ยวมันแล้ว เกาลัคยังมีประโยชน์อีกมากมาย อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยคะว่าเกาลัดนั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง มาดูกัน!!
advertisement

https://becomingmadame.files.wordpress.com/2012/02/chestnut.jpg
ให้ไขมันชนิดดีต่อร่างกายเกาลัค เป็นพืชกลุ่มถั่วเปลือกแข็งมีไขมันไม่อิ่มตัวและมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน polpolyunsaturated fats และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว monouns aturated fats ซึ่งสามารถเพิ่ม ระดับ hdl อันเป็นไขมันที่ดีในร่างกาย ซึ่งช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
[ads]
เกาลัดอุดมไปด้วยวิตามินอี เป็นสารต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ (potent antioxidant) ซึ่งมีผลในการป้องกันการทำลายเซลล์ หรือลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ยังมีผลช่วยปกป้องการเสื่อมสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ (stabilize) ที่บุอยู่ตามอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา ตับ เต้านม หลอดเลือด และเม็ดเลือดแดง ทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความคงทนมากขึ้นด้วย
มีโฟเลต สารสำคัญที่ดีต่อระบบเลือด บำรุงเลือด ช่วยในเรื่องระบบการแข็งตัวของเลือดการควบคุมความดันโลหิต ระบบภูมิคุ้มกันรวมถึงมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตผิวหนัง และเส้นผม
advertisement

http://www.deliciouswordflux.com/wp-content/uploads/2010/12/img_99781.jpg
นอกจากนั้นแล้วเกาลัดยังมีแร่ธาตุที่สำคัญต่อระบบการทำงานที่สมบูรณ์ของร่างกาย เช่น แมกนีเซียม ทองแดง ฟอสฟอรัสโพแทสเซียม เซเลเนียม หากว่าร่างกายขาดแร่ธาตุใดไปก็ส่งผลให้ร่างกายทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
สรรพคุณทางด้านสมุนไพร
เกาลัดมีฤทธิ์อุ่น รสหวาน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงไต กล้ามเนื้อ ม้าม และกระเพาะอาหาร บำรุงลม แก้ร่างกายอ่อนแอ ช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ แก้อาเจียน คลื่นไส้ ท้องเดิน ห้ามเลือด ช่วยการไหลเวียนเลือด แก้อาการถ่ายเป็นเลือด เลือดกำเดาไหล แก้วัณโรคที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และอาเจียนเป็นเลือด
– การกินเกาลัดแห้ง 7 เมล็ดต่อวันกับโจ๊กไตหมู ช่วยบรรเทาอาการปวดหลังและปวดเท้า
– กินเกาลัดดิบ แก้คออักเสบ
– ต้มเกาลัด 60 กรัมกับพุทราจีนแห้ง 4 ผล และหมูเนื้อแดง กินช่วยบำบัดอาการหอบหืด หรือไอ
[yengo]
advertisement

http://www.tasteofbeirut.com/wp-content/uploads/2009/11/MG_1150.JPG
ในการกินเกาลัดนั้น จะต้องนำเมล็ดเกาลัดไปคั่วในทรายร้อนก่อน ในการคั่วนั้นบางร้านจะเติมน้ำตาลทรายคั่วรวมกันให้ได้รสหวาน และบางร้านเพิ่มกลิ่นหอมด้วยการใส่เมล็ดกาแฟคั่วรวมไปโดยตัวเนื้อจะมีรสหวานมัน
ข้อควรระวัง ในการกินเกาลัด คือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารเช่น ท้องอืดบ่อย อาหารไม่ย่อย ไม่ควรกินและผู้ที่เป็นโรคไขข้ออักเสบร้อนใน ตาบวม ก็ไม่ควรกินเช่นกัน และในคนปกติก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะด้วยนะคะ
ทุกวันนี้ เกาลัด เป็นที่นิยมอย่างมากในเมืองไทยบ้านเราแล้วนะคะ ต่างจากในอดีตที่มีเฉพาะในบริเวณถนนเยาวราช เพราะเกาลัคเป็นผลไม้อันเป็นที่นิยมของประชาชนคนไทยเชื้อสายจีน ตอนนี้จะสังเกตได้ว่าจะหากินได้ง่าย มีขายทั่วไป แถมมีแบบบรรจุห่อขายด้วย ใครที่ชอบทานเกาลัดอยู่แล้วคงจะรู้ประโยชน์ของเกาลัดแล้วนะคะ และหากว่าใครที่ไม่ชอบทาน คงต้องเปลี่ยนใจกันแล้วล่ะค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com