เลือกแป้งพัฟอย่างไร ให้เหมาะสมกับผิวคุณ

advertisement
แป้ง จัดเป็นเครื่องสำอางที่สำคัญมากๆ สำหรับการแต่งหน้าของสาวๆ นะคะ โดยเฉพาะแป้งพัฟที่สาวๆ จะขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว แป้งพัฟจะช่วยทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ไม่มัน และยังช่วยปรับสีผิวบริเวณใบหน้าให้ขาวกระจ่างใสได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้แล้ว คุณจะต้องเลือกแป้งให้เหมาะกับการใช้งาน และสภาพสีผิวด้วยนะคะ นั่นเป็นปัญหาที่ทำให้สาวๆ หลายคนกลุ้มและเป็นกังวลใจ เพราะหลายครั้งหลายหนที่ซื้อแป้งพัฟมาแล้วใช้ไม่เหมาะ จนต้องเก็บไว้เฉยๆ หรือโยนทิ้งไป ดังนั้นวันนี้ Kaijeaw.com จึงมีวิธีการเลือกแป้งพัพให้เหมาะสมกับผิวมาฝากสาวๆ กันค่ะ
แป้งพัฟแต่ละชนิด และวัตถุประสงค์การใช้งาน
แป้งพัฟ มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่
advertisement

1. แป้งฝุ่น คือ แป้งชนิดที่มีเนื้อละเอียดบางเบาเหมือนฝุ่นละอองเล็กๆ เหมาะสำหรับทาทับลงบนผิวหน้า หลังจากการรองพื้นหรือทาคอนซีลเลอร์ไว้ จะช่วยให้ผิวดูนวลเนียนเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น และช่วยดูดซับความมันหลังการแต่งหน้าได้ดี ควรใช้แป้งฝุ่น สีเดียวกันกับผิวเรา (ควรทดลองสีก่อนซื้อที่เคาน์เตอร์ก่อนนะคะ) เราใช้แป้งฝุ่นเพื่อทำให้รองพื้นติดทนนานมากขึ้นและ การแต่งหน้าก็จะดูสวยสมบูรณ์แบบ
วิธีการลงแป้งฝุ่นได้ 2 วิธี ได้แก่
– ใช้พัฟแตะแป้งฝุ่นแล้วกดซับเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า วิธีการนี้จะทำให้แป้งค่อนข้างหนาและแป้งยึดติดกับผิวหน้าได้ดี ส่งผลให้ใบหน้าดูนวลเนียนมากเหมาะสำหรับการแต่งหน้าในตอนเช้า จะช่วยให้แป้งติดทนนานขึ้น
– หรือใช้แปรงที่มีขนาดใหญ่แตะแป้งฝุ่นแล้ว ลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า ให้มีความนวลเนียน วิธีนี้จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
2. แป้งแข็ง คือ แป้งฝุ่นเนื้อละเอียดเช่นเดียวกัน แต่จะถูกอัดแข็งลงในตลับแป้ง ดังที่เรานิยมพกพาติดตัวไปไหน ต่อไหน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเติมแป้งระหว่างวันนั่นเอง
3. แป้งทูเวย์ คือ แป้งฝุ่นอัดแข็งที่มีส่วนผสมของครีมรองพื้น ช่วยเพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลา เพราะแป้งทูเวย์สามารถทาได้โดยไม่ต้องทำการรองพื้นก่อน และยังมีส่วนผสมพิเศษเช่นเดียวกับครีมรองพื้น คือ ส่วนผสม ของครีมกันแดด มอยส์เจอไรเซอร์ หรือแบบออยล์ฟรี เป็นต้น [ads]
advertisement

เลือกแป้งพัฟให้ถูกกับผิวหน้า
1. เลือกแป้งตามสภาพผิวหน้าของตัวเอง เข่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา ผิวขาดความชุ่มชื้น บางคนหน้ามันแต่ผิวขาดน้ำก็มี ถ้ายังไม่แน่ใจลองตรวจสภาพผิวดู โดยเคานเตอร์ที่เค้ามีตรวจสภาพผิวหน้าฟรี ก็ลองไปตรวจดูค่ะ และที่สำคัญ ควรบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอนะคะ
2. เลือกแป้งตามความต้องการของตัวเอง
– ปกปิดรอยดำ ฝ้า กระ รอยสิว สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
– ควบคุมความมัน ป้องกันแสงแดด
– เพิ่มความกระจ่างใส นวลเนียน ให้กับผิวหน้า
– ใช้ในวันทำงานปกติ ใช้ในโอกาสพิเศษ ใช้สำหรับวันพักผ่อนเบาๆ
จากนั้นคุณจะสามารถไปตามหาแป้ง ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้แล้วค่ะ โดยสามารถปรึกษาขอคำแนะนำจากพนักงานขายเพิ่มเติมได้ [ads]
3. เลือกเฉดสีให้เหมาะกับสีผิวของคุณ บางคนผิวคล้ำชอบซื้อแป้งขาวกว่าผิวตนเอง ทำให้ทาแล้วดูหลอกตามาก หรือบางคนรู้ตัวว่าผิวคล้ำ แต่เบอร์แป้งสีเข้มสุดก็ยังขาวกว่าผิว ลองเปลี่ยนยี่ห้อดูนะคะ
– หน้าไม่มีริ้วรอย จุดด่างดำ มากมายก็เปลี่ยนไปใช้แป้งแข็งแบบไม่มีสีก็ดี
– คนผิวออกเหลืองมากควรใช้แป้งอมชมพู เพราะผิวเหลืองอยู่แล้วหากใช้แป้งออกเหลืองอีก จะทำให้ผิวเหลืองมากกว่าเดิม
– คนผิวออกชมพูมากให้ใช้แป้งอมเหลือง เพราะทำให้ผิวแลดูสุขภาพดีขึ้น
ส่วนมากแป้งที่ผลิตออกมา มักผสมเม็ดสีเหลืองและชมพูด้วยกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ลองทาดูก่อน ถ้ามันทำให้ผิวเราดูเปล่งปลั่งก็เป็นอันใช้ได้
4. เลือกชนิดของแป้งพัฟที่เหมาะกับสภาพผิว
– Loose Powder เป็นแป้งที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน เวลาทาจะให้ความรู้สึกเรียบเนียน แต่ควรใช้คู่กับบีบีครีม หรือครีมรองพื้นที่สามารถควบคุมความมันได้ จะทำให้แป้งติดหน้าได้ทนนานยิ่งขึ้น
– Two Way Powder เป็นแป้งที่มีส่วนผสมของครีมรองพื้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาที่ผิวหน้า เพราะแป้งชนิดนี้จะสามารถปกปิดริ้วรอยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง รอยดำจากสิว ทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนยิ่งขึ้น
– Pressed Powder เป็นแป้งชนิดอัดแข็ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหน้าเรียบเนียนอยู่แล้ว หรือไม่มีจุดบกพร่องบนใบหน้า เพราะแป้งชนิดอัดแข็งจะปกปิดได้ไม่ดีนัก และเนื้อแป้งยังติดไม่ทนนานอีกด้วย
5. ดูส่วนผสมของแป้ง
ปัจจุบันมีแป้งหลากชนิดและหลายสีให้เลือกใช้ แต่อีกเรื่องที่ควรใส่ใจคือ ส่วนผสมในเนื้อแป้ง ถ้าอยากผิวขาวขึ้นแทนที่จะเลือกแป้งสีขาวหลอกตา ควรเลือกแป้งที่มีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ขาวใส สุขภาพดีจากภายในจะดีกว่า
6. การเลือกแป้งที่ดี
– ทาแล้ว ตอบโจทย์ความต้องการ เช่น ต้องการทาเพื่อปกปิด แล้วมันปกปิดมั้ย อำพรางร่องริ้วรอย แล้วทำอำพรางมั้ย
– ความติดทน แป้งดีคงไม่ถึงกับว่ามันจะต้องติดทน24 ชั่วโมง ก็มันควรจะติดทนในระดับที่เราไม่ต้องมานั่งทาซ้ำทุกสองชั่วโมง และเวลาเหงื่อออกต้องไม่เป็นคราบ
– เฉดสี เลือกที่กลมกลืนกับผิวบริเวณลำคอ แขนขา ไม่ควรให้หน้าขาวอย่างเดียว
7. ทดสอบอาการแพ้ และสิว สามารถทดสอบโดยใช้แป้งนั้นทาบริเวณท้องแขน และหลังใบหู ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที – 1 ชม. หากใช้แล้วแพ้ อาการจะแสดงออกมา เช่น ผื่นคัน แสบร้อน ก็ไม่ควรซื้อ หรือหากใครซื้อไปใช้กับผิวหน้าแล้ว มีอาการแพ้ควรหยุดใช้ ถ้าอาการมากก็ปรึกษาแพทย์
สาวๆ คะ สำหรับแป้งพัฟแล้วนั้น ถ้าหากอยากใช้แล้วได้ใบหน้าที่เรียบเนียน ปกปิดจุดบกพร่องได้เป็นอย่างดี เราควรเลือกแป้งพัฟให้มีคุณสมบัติต่างๆ ตรงกับสภาพของผิวหน้ากันด้วย เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถแต่งหน้าได้สวยเรียบเนียนอย่างที่ต้องการกันได้แล้ว ทั้งนี้ไม่ลืมเลือกรองพื้นที่มีเฉดสีเหมาะกับผิวหน้ากันด้วยนะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com