ใครที่มีปัญหาเรื่องผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ต้องรู้ข้อมูลก่อนจะให้ไฟแนนซ์ยึด

advertisement
ในช่วงนี้หลายๆท่านอาจจะมีปัญหา ขัดสนเรื่องการเงินหมุนเงินไม่ทัน แล้วมีปัญหาเรื่องผ่อนรถ ผ่อนบ้านแล้วละก็ ลองอ่านเรื่องนี้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับหลายๆท่าน โดยคุณ Thanong Sajew ได้ออกมาเผยว่า 'เรื่องเล่า..หน้าบัลลังก์ สำหรับท่านที่มีปัญหาเรื่อง ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ผ่อนโทรศัพท์ อ่านให้จบ
advertisement

กับช่วงเวลาแบบนี้ เชื่อว่าหลายท่านคงมีปัญหากับไฟแนนซ์อยู่พอสมควร คงหนีไม่พ้น เรื่องค้างชำระค่างวด รู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้งเวลาไฟแนนซ์โทรตามทวงถาม บางครั้งก่อเกิดปัญหาครอบครัวตามมา
วันนี้ได้มายื่นคำให้การต่อสู้คดี ผิดสัญญาเช่าซื้อ ทุนทรัพย์ฟ้อง 175,000 บาท ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล จะมีช่วงชั้นตอนการไกล่เกลี่ย
ทนายหน้าหล่อของไฟแนนซ์ นั่งรอพบด้วยท่าที มั่นอก มั่นใจเต็มที่ เริ่มเข้าสู่การเจรจา ไฟแนนซ์ยื่นข้อเสนอ ลดให้15,000 บาท คงจ่าย 160,000 เต็ม ไม่โอเคครับ ผมยื่นคำขาด 120,000 บาทจ่ายทันที
ปรากฎไฟแนนซ์ไม่รับ จึงเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีทางศาล ก่อนศาลพิจารณาคำร้อง ไฟแนนซ์มากระซิบ ขอให้ไม่ต้องต่อสู้คดี เพราะไฟแนนซ์เชื่อว่า ศาลท่านคงไม่พิจารณาให้ตามฟ้อง ศาลท่านคงจะพิจารณาให้ใกล้เคียงกับข้อเสนอของผม คือ 120,000 บาท
แต่หมดเวลาของไฟแนนซ์แล้ว ผมยืนกรานขอ ต่อสู้คดี ผมจะต่อสู้คดีให้ยกฟ้อง หรือไม่ก็ให้จ่ายน้อยกว่า 120,000 บาทที่ได้เจรจาแต่ต้น
ที่เล่ามาให้ฟังนี้ ท่านเห็นอะไรบ้าง ?
1.ไฟแนนซ์ จะฟ้องเรียกร้องเอาผลประโยชน์ที่เกินกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกๆ ไฟแนนซ์
2. ไฟแนนซ์ รู้เต็มอกว่ายอดเงิน 120,000 บาท เป็นวงเงินที่สมควรแล้ว แต่เล่นลิ้นเพื่อคาดหวัง จะได้มากกว่า ซึ่งถ้าหากมีการต่อสู้คดีแล้วนั้น ศาลท่านจะ พิจารณาข้อต่อสู้อย่างรอบคอบ นั่นหมายความว่า ไม่มีทางที่ไฟแนนซ์ จะได้ครบทุกบาทตามข้อ เรียกร้องในคำฟ้อง [ads]
เพราะฉะนั้นเป็นเหตุผลที่ผมได้ย้ำมาตลอดว่า เรื่องถูกฟ้องกรณีผิดสัญญาไฟแนนซ์ ท่านไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเครียดจนเป็นปัญหาครอบครัว เอาสมองและเวลามาเป็นประโยชน์กับครอบครัว ดีกว่าครับ
ถูกติดตามทวงถามให้คืนรถ ก็ไม่ต้องคืน เพราะการผิดสัญญาเช่าซื้อ เป็นเรื่องทางแพ่ง ไม่มีติดคุกแน่นอนครับ
หากมีกรณีมายึดรถ ไม่ต้องให้ยึดนะครับ เพราะในระหว่างต่อสู้คดี ท่านยังมีรถไว้ใช้ เพื่อทำมาหากินให้ครอบครัว หากมีกรณีแย่งกุญแจ หรือชิงรถ หรือเอากุญแจสำรองมาขับรถออกไป อันนี้แน่นอนไฟแนนซ์จะมีความผิดตามที่กฎหมายได้กำหนดใว้
advertisement

หากเราไม่ยินยอมให้ยึดรถ ไฟแนนซ์จะยึดรถไม่ได้ และหากมีการบังคับขู่เข็ญ หรือไล่ให้ผู้เช่าซื้อ ลงจากรถ หรือกระชากกุญแจรถไป หรือแม้แต่ เอากุญแจสำรองมาเปิดรถและขับหนีไป ถือว่าทำความผิดต่อ เสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 และหากว่ากระทำโดยมีอาวุธ หรือร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้น ถ้ามีการกระทำดังกล่าว ให้ถ่ายรูป หรือบันทึกวีดีโอใว้เป็นหลักฐาน และแจ้งความดำเนินคดีได้เลย
แต่ปัญหาคือ.ชาวบ้านทั่วไปจะไม่รู้ จะไม่เข้าใจ ข้อต่อสู้อันเป็นสิทธิโดยชอบ ของตัวเอง เมื่อทราบดังนี้แล้ว….. ก็ขอให้เข้าใจตรงกันนะครับ มายึด…………….ไม่ให้ มีหมายเรียก……ให้ไป อย่าหลบ มีนัดไกล่เกลี่ย….ให้ไป อย่าหลบ ศาลท่านมีความเป็นธรรมครับ อย่าเลี่ยงศาลเป็นพอ ทั้งนี้ ผมไม่ได้แนะนำให้ไม่ใช้หนี้นะครับ เราพึงเป็นลูกหนี้ที่ดี มีหนี้ก็ต้องใช้ แต่การใช้หนี้ต้องอยู่ในขอบเขตแห่งข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่า ไฟแนนซ์จะเรียกเอาเท่าไหร่ก็ได้ สุดท้าย ศาลท่านจะมีคำพิพากษา ที่เป็นธรรมที่สุด ถึงเวลานั้น..ก็ค่อยจ่าย ทราบแล้ว บอกต่อกันนะครับ. ทนงค์ แซ่จิ้ว
จากความคิดเห็น
advertisement

มีสาระมาก
advertisement

โดยจากโพสต์นี้ก็หวังว่าจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับหลายๆคนในช่วงนี้ ยังไงก่อนจะถูกยึดนั้นก็ลองทำตามขั้นตอนนี้ได้ อย่าเพิ่งยอมให้ไฟแนนซ์ยึดไปโดยง่ายนะคะ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเสียเปรียบได้
ขอขอบคุณที่มาจาก : Thanong Sajew