ออมทอง เฮีย ต. ยอดพุ่งกว่า 15 ล้านบาท ผู้เสียหายเกือบ 2,000 คน
advertisement
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังมีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาร้องเรียนกรณีถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน “ออมทอง” ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยอ้างรูปแบบการซื้อทองคำล่วงหน้า เริ่มตั้งแต่ยอดลงทุนหลักร้อยไปจนถึงหลักแสนบาท แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับทองหรือเงินคืนตามที่ตกลงไว้
advertisement
ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ได้ออกมาโพสต์ติดตามกรณีดังกล่าว ระบุว่า ยอดความเสียหายล่าสุดเฉพาะในส่วนของการออมทอง มีมูลค่าสูงกว่า 15 ล้านบาท และมีผู้เสียหายเกือบ 2,000 ราย ทั้งนี้ ยังไม่รวมความเสียหายในส่วนของธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง
advertisement
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเพจของบริษัทออมทองดังกล่าว พบว่า มีการโพสต์ข้อความล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ระบุว่า “เรียนแจ้งเพื่อทราบ บัญชีบริษัทจะกลับมาทำการได้ปกติในวันที่ 22 มกราคม 2569 นะครับ ยอดที่นัดโอนคืนลูกค้าวันที่ 18–21 ทางบริษัทจะดำเนินการโอนให้แน่นอน หลังจากที่บัญชีบริษัทกลับมาใช้งานได้ปกติ กราบขออภัยในความไม่สะดวก”
advertisement
“จากกรณีที่เราเคยโดนนะคนที่ตั้งใจจะเอาตังแล้วสุดท้ายก็จะขอชี้แจงและขอทยอยคืนยอด แต่คิดกลับกันทำไมต้องรอคิวละ ทำไมต้องยอมมันต้องได้ตรงนี้ตอนนี้เดี๋ยวนี้สิ เพราะมันเป็นการออมเงินเพื่อทอง ออมได้เท่าไหร่ก็ต้องให้เท่านั้นงี้คุณก็ได้เงินไปหมุน ไปตั้งตัวแล้วพออยู่ได้จะปิดธุรกิจก็ทำแบบนี้ย้ำๆ คนรอดคือคุณแน่นอน มันคือการวางแผนล่วงหน้า พอถ้านอมให้ทยอยก็กว่าจะจบกว่าจะถึงคิว เขาจะทยอยยอดน้อย ออกก่อนแล้วยอดเยอะก็จะทยอยแต่ต่อคนก็จะแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ไปอีก นี่เคยเจอแบบนี้จนลืมจนโทรศัพท์พัง ไม่ตามก็จะลืมเราสุดท้ายก็หาไลน์ไม่เจอโทรไม่ค่อยรับ หายหัวยอดนี่ก็ไม่ได้หายไปเลยจาก 8 พัน ถ้าเรา กดดันมากๆก็ตัดพ้อให้ไปแจ้งความไปนั้นนี่นู่น ถ้าจะจริงจังให้ถึง dsi ค่ะ ยึดทรัพย์ทั้งหมด ที่เกี่ยวกับบริษัทแค่นั้นเลยจริงๆ”
advertisement
“เราเป็นหนึ่งในนั้น ขอยอดคืนหายเงียบ ปั้มน้ำมันมีหลายสาขาไม่ใช่หรอ กระเป๋าแบรนด์เนมเมียเอามาขายสิรถมีกี่คันเอาไปขายสิ รอเงินคืนอยู่เด้อ ขอเงินเดือนเมียมาทยอยจ่ายก็ได้นะ”
advertisement
จับตาออมทอง
advertisement
อย่างไรก็ตาม ภายใต้โพสต์ดังกล่าว มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น สอบถามความคืบหน้า พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชี้แจงผ่านข้อความแชท เนื่องจากยังไม่ได้รับทองคำหรือเงินคืนตามที่ระบุไว้ ทำให้กระแสความกังวลและความไม่มั่นใจในระบบการออมทองดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง