จากความหวังคนกรุง สู่ซากแดดฝน รถเมล์ 99 คัน จอดนิ่งที่เดิมเกือบ 10 ปี
advertisement
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม รวมมิตรเรื่องรถเมล์ : Bangkokbusclub Cafe โดยโพสต์ภาพเปรียบเทียบรถเมล์ ซันลองที่จอดไว้ ความว่า ภาพถ่ายทางอากาศจาก GOOGLE Earth (หากคุณต้องการดูรูปถ่ายทางอากาศ สามารถเข้าไปดูได้ โดยค้นหาใน Google Earth และพิมพ์คำว่าท่าเรือแหลมฉบัง (มันจะมีโหมดให้ดูภาพถ่ายปีเก่าๆย้อนหลังด้วย)
advertisement
ทุกท่านยังจำรถเมล์ซันลองฟ้าที่ตอนแรกจะมาวิ่ง ขสมก. กันได้ไหมครับ สำหรับ 99 คันในรูปนี้ หลังจากมีคดีสำแดงเท็จเมื่อตอนนั้น ตอนนี้ก็เกือบๆจะ 10 ปีแล้ว พวกเขายังอยู่กับที่ไม่ไปไหน ยังจอดอาบแดดฝนลมทะเลอยู่ที่แหลมฉบังที่เดิม
ตอนนี้สภาพทั้งภายนอกและภายในน่าจะกรอบหมดแล้ว (แอบเสียดายรถ ต่อให้เอาออกมาแล้วเอามาซ่อมตอนนี้ก็ไม่คุ้มแล้ว) โดยภาพล่าสุดของปี 2025 เป็นภาพเมื่อ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก็ไม่นานเท่าไรนัก
advertisement
สำหรับ รถเมล์ 99 คัน รถซันลองฟ้ารุ่นดังกล่าวก็ไม่ได้ประจำการจริงใน ขสมก. เนื่องจากรถที่นำเข้ามาล็อตแรก 99 คัน ในช่วงปลายปี พ.ศ.2559 ถูกกรมศุลกากรตั้งข้อกล่าวหาสำแดงแหล่งที่มาเท็จ เพื่อหวังที่จะใช้สิทธิ์ในการยกเว้นภาษี จึงได้อายัดไว้เป็นของกลางกักไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ส่วนอีก 390 คันที่นำเข้าล็อตถัดๆ มา บริษัทรถยอมจ่ายภาษีนำเข้า จึงสามารถนำรถออกจากท่าเรือได้
สำหรับรถเมล์ล็อตนี้ เดิมทีถูกนำเข้าเพื่อเตรียมวิ่งให้บริการในองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 99 คัน แต่ภายหลังกรมศุลกากรตั้งข้อกล่าวหาว่ามีการสำแดงแหล่งที่มาเท็จ เพื่อหวังใช้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนำเข้า ทำให้รถทั้งหมดถูกอายัดและกักเก็บไว้ที่ท่าเรือแหลมฉบังในฐานะของกลางตั้งแต่นั้นมา
“พอๆกับรถดับเพลิง กทม”
advertisement
“นานมาก นานจนเพื่อนร่วมรุ่นที่เหลือถูกปลดจากเส้นทางกันหมดแล้ว นานจนบริษัทนำเข้าตอนนั้นกลายเป็นผู้ผลิตรถเมล์ไฟฟ้าไปแล้ว”
advertisement
“สีฟ้า ซีดแล้ว …..เสียดายมากๆ อีกที่ ตรงที่จอดถนนกิ่งแก้วปัจจุบันตรงนั้น เหลือ sunlongใหม่ ไม่กี่คันแล้ว”
advertisement
เวลาผ่านไปเกือบทศวรรษ สภาพรถทั้งภายนอกและภายในคาดว่าเสื่อมสภาพไปมาก หลายคนมองว่าแม้จะนำออกมาซ่อมแซมในปัจจุบันก็อาจไม่คุ้มค่าแล้ว โดยภาพล่าสุดที่ปรากฏใน Google Earth เป็นภาพเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2025
advertisement
ขณะที่รถเมล์อีก 390 คัน ซึ่งนำเข้าภายหลัง บริษัทยอมชำระภาษีนำเข้า ทำให้สามารถนำรถออกจากท่าเรือและใช้งานได้ตามปกติ ต่างจากล็อตแรก 99 คันที่ยังคงจอดนิ่งอยู่ที่เดิม กลายเป็นอีกหนึ่งมหากาพย์คดีที่หลายคนยังคงตั้งคำถามถึงบทสรุปจนถึงทุกวันนี้