เพจดังถาม โรงเรียนปรับเงินเด็กสูบบุหรี่ 1,000 บาท ในโรงเรียนมีอำนาจปรับเงินด้วยหรือ
advertisement
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เป็นประเด็นให้พูดถึงกันอย่างมากมาย เมื่อทางเพจ ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอตากใบ ออกใบเสร็จเรียกเก็บเงิน 1,000 บาท จากนักเรียนที่สูบบุหรี่ในสถานศึกษา โดยมีการเผยแพร่ภาพใบเสร็จดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์
โดยระบุว่า ” โรงเรียนห้ามสูบบุหรี่… แต่มีอำนาจ “ปรับเงิน” ด้วยหรือ? กรณีจากพื้นที่ อำเภอตากใบ ได้มีการเผยแพร่ภาพใบเสร็จรับเงินของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ระบุว่าเป็นค่าปรับจากการ สูบบุหรี่ในสถานศึกษา จำนวนเงิน 1,000 บาท แน่นอนว่า “การสูบบุหรี่ในโรงเรียน” เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น และสังคมก็เห็นตรงกันว่า สถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดบุหรี่ เพื่อปกป้องสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรทุกคน
advertisement
แต่คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นคือ สถานศึกษามีอำนาจ “สั่งปรับเงิน” ได้หรือไม่? ตาม พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 กำหนดให้สถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกปรับได้ แต่การปรับนั้นต้องดำเนินการโดย เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ไม่ใช่การออกใบเสร็จปรับเงินโดยหน่วยงานสถานศึกษาเอง ขณะที่บทบาทของโรงเรียนโดยหลัก คือ
การกำกับดูแล วินัยนักเรียน เช่น
• ตักเตือน
• ทำทัณฑ์บน
• แจ้งผู้ปกครอง
• หรือให้ทำกิจกรรมปรับพฤติกรรม
ดังนั้น เมื่อมีการออก ใบเสร็จรับเงินลักษณะ “ค่าปรับ” จึงเกิดคำถามตามมาว่า
เงินดังกล่าวคืออะไร
• เป็นค่าปรับตามกฎหมาย
• เป็นเงินเข้ากองทุนโรงเรียน
• หรือเป็นเพียงมาตรการทางวินัยที่ใช้รูปแบบการเรียกเก็บเงิน
หากเป็น ค่าปรับตามกฎหมาย สถานศึกษามีอำนาจหรือไม่ และเงินที่เก็บไป เข้าสู่ระบบบัญชีใด คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การปกป้องการสูบบุหรี่ในโรงเรียน แต่เป็นคำถามเรื่อง ความถูกต้องตามกฎหมายและความโปร่งใสของการบริหารจัดการในสถานศึกษา เพราะแม้เจตนาจะดีเพียงใด แต่การใช้อำนาจ ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย สังคมจึงควรได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจนว่า การเรียกเก็บเงินในลักษณะนี้ มีฐานอำนาจจากระเบียบหรือกฎหมายใด เพื่อให้การสร้างวินัยในสถานศึกษา เดินไปพร้อมกับ หลักนิติธรรม และความโปร่งใส”
“ในทางปฏิบัติคือต้องทำอย่างไรครับหากมีคนมาสูบบุหรี่ในโรงเรียน ให้โรงเรียนแจ้งตำรวจ? ถ่ายคลิปถ่ายวีดีโอแล้วแจ้งตำรวจ? หรือเข้าไปตักเตือนได้?”
advertisement
“มีกฎข้อไหนห้ามเหรอ ลงโทษวินัยไปด้วย ปรับไปด้วย ก็น่าจะดีออกนะ สมัยนี้ลูกไม่ค่อยกลัวพ่อแม่ และพ่อกับแม่ ถ้าไม่ต้องมีเรื่องต้องจ่าย ก็จะไม่ค่อยสะทกสะท้าน ดังนั้น ปรับให้สะเทือนผู้ปกครอง ก็ดีออกนะ”
advertisement
จึงทำให้กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่สังคมอยากให้มีคำชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เงินที่เรียกเก็บนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร และอยู่ภายใต้ระเบียบหรือกฎหมายใด เพื่อให้การดูแลวินัยในสถานศึกษาเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และอยู่ในกรอบของกฎหมายต่อไป.
ขอขอบคุณที่มาจาก : ชมรมSTRONGต้านทุจริตประเทศไทย