เสียงจากชาวน่าน หลายปั๊มไม่มีน้ำมันให้เติม ได้แต่มองรถขนน้ำมันข้ามไปส่งประเทศเพื่อนบ้าน
advertisement
กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงกันอย่างมากมาย กับวิกฤตปัญหาเรื่องน้ำมัน ที่หลายๆปั๊มจำกัดการเติม ต้องเข้าคิวยาว และน้ำมันที่ไม่เพียงพอกับการใช้งานของประชาชน โดยล่าสุดบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ Nutch Prasopsin ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวพร้อมเผยว่า
advertisement
“สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในจังหวัดน่านตอนนี้หนักมาก หลายปั๊มในพื้นที่แทบไม่มีน้ำมันให้เติม และมีบางแห่งแจ้งว่าจะเริ่มได้รอบใหม่ช่วง 1 เมษายน อีกอาทิตย์หนึ่งเลยแก นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กเลย เพราะอีกแค่อาทิตย์เดียว ชีวิตคนก็ชะงักไปหมดแล้ว คนทำเกษตรไม่อยากขยับอะไร เพราะไม่มีน้ำมันเติมรถ เติมรถไถ หรือเติมเครื่องมือที่ต้องใช้ในงานประจำวัน คนทั่วไปก็ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิต แม้แต่จะไปตลาด ไปซื้อของใกล้บ้าน ยังต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะต้องประหยัดน้ำมันไว้ก่อน ยิ่งน่าห่วงเมื่อคิดไปถึงช่วงสงกรานต์ช่วงเวลาที่เงินควรจะสะพัด ผู้คนควรได้เดินทาง ใช้ชีวิต ทำมาหากิน กระจายรายได้ในท้องถิ่นแต่ตอนนี้กลับต้องชะลอการใช้จ่ายแทบทั้งหมด
advertisement
ในภาพคือรถขนน้ำมันที่ผ่านด่านห้วยโก๋นไปลาวเป็นไปตามข้อตกลงระดับรัฐเพราะเราซื้อไฟฟ้าจากลาว หรือ MOU ที่มีอยู่ในมุมหนึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนในน่านกำลังเดือดร้อนจริง ถึงขั้นต้องข้ามไปเติมน้ำมันที่ลาวกันเอง ถามคนที่ข้ามไปเติมมาเมื่อวาน บอก ปตท ลาว เติมได้เต็มถังด้วย มันเลยอดไม่ได้ที่จะถามว่า ในเมื่อคนไทยกำลังลำบากขนาดนี้ รัฐบาลกำลังจัดการปัญหานี้อย่างไรอยู่ ถ้ามันเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐ ก็เข้าใจได้ในเชิงการเมือง แต่ในเชิงชีวิตจริง คนไทยในพื้นที่กำลังเดือดร้อนหนัก
advertisement
รัฐบาลมีแผนรับมืออย่างไร ก่อนที่ปัญหานี้จะลากยาวไปถึงสงกรานต์และกระทบเศรษฐกิจทั้งจังหวัด? เพราะคนที่แก้ปัญหาเรื่องนี้ไม่เคยต้องใช้ชีวิตแบบคอยคำนวณทุกการเดินทางเพราะน้ำมันกำลังจะหมดคนแก้ปัญหาไม่เคยต้องนอนตากยุงในปั้มรอปั้มเปิดให้เติมน้ำมัน เพื่อส่งผักผลไม้ไปขายต่อ ไม่เคยต้องถูกแคนเซินออเดอร์สินค้า เนื่องจากขนส่งไม่ทัน ไม่เคยต้องรอเติมน้ำมันครั้งละห้าร้อยเป็นชั่วโมง สำหรับคนที่ไม่ได้เผชิญกับสิ่งนี้เอง ปัญหาอาจเป็นแค่ตัวเลข เป็นแค่รายงาน แต่สำหรับคนในพื้นที่ นี่คือความเดือดร้อนจริงในชีวิตประจำวัน คือปากท้อง รายได้ เวลา โอกาส และความอยู่รอด
คนในน่านกำลังไล่หาน้ำมันเพื่อเอาชีวิตรอด แต่รัฐบาลเหมือนกำลังไล่ทดสอบว่าประชาชนจะทนได้อีกกี่วัน ต่อคิวก็แล้ว ประหยัดก็แล้ว หยุดใช้ชีวิตก็แล้ว สุดท้ายยังต้องมองรถน้ำมันวิ่งผ่านไปต่อหน้าต่อตา สรุปประเทศนี้ คนที่ต้อง “เข้าใจสถานการณ์” มากที่สุด คือคนที่เดือดร้อนที่สุด รวยไม่ไหวแล้วแหละ ระหว่างรอเติมน้ำมัน มีมะพร้าวฟรีมาแจกน่าจะดี”
เสียงสะท้อนจากชาวน่านครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขหรือรายงาน แต่เป็นความเดือดร้อนในชีวิตจริง ทั้งเรื่องปากท้อง รายได้ และโอกาสในการดำรงชีวิต พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางแก้ไขของภาครัฐ ว่าจะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร ก่อนที่สถานการณ์จะยิ่งลุกลามไปมากกว่านี้
ขอขอบคุณที่มาจาก : Nutch Prasopsin