จับตาซูเปอร์เอลนีโญ นักวิทยาศาสตร์เตือนอาจรุนแรง ไทยเสี่ยงร้อนยาวจนแทบไม่หนาว
advertisement
ทั่วโลกกำลังจับตาปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ที่กลับมาอีกครั้ง และอาจทวีความรุนแรงจนถูกขนานนามว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” หลังนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว และมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลกอย่างกว้างขวาง
advertisement
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ประกาศว่า เอลนีโญได้เริ่มก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
แม้คำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” จะไม่ใช่คำทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงกว่าปกติ โดยนักวิทยาศาสตร์ของ NOAA ประเมินว่า มีโอกาสถึง 63% ที่เอลนีโญรอบนี้จะเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติในปี 1950
หากสถานการณ์เป็นไปตามคาด โลกอาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ภัยแล้งที่ยาวนาน และน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก
advertisement
สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ประเทศไทยมีโอกาสเข้าสู่ภาวะเอลนีโญในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 และอาจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี
ขณะที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระบุว่า ไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เปราะบางต่อผลกระทบของเอลนีโญมากที่สุด โดยอาจได้รับผลกระทบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
1. ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ
ปริมาณฝนอาจลดลงหรือเกิดฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้แหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำ และภาคการเกษตรเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างต่อเนื่อง
2. ผลผลิตทางการเกษตรลดลง
พืชเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้าว อ้อย และปาล์มน้ำมัน อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ส่งผลต่อผลผลิตและอาจดันราคาอาหารให้ปรับตัวสูงขึ้น
3. ไฟป่าและปัญหาฝุ่น PM2.5
อากาศที่แห้งและร้อนจัดเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
4. คลื่นความร้อน (Heatwave)
อุณหภูมิที่สูงผิดปกติอาจกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
advertisement
นอกจากนี้ ยังมีการคาดการณ์ว่า ฤดูหนาวของไทยในช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570 อาจไม่หนาวเย็นเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากอุณหภูมิโดยรวมมีแนวโน้มสูงขึ้นจากอิทธิพลของเอลนีโญ
ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ประชาชน ภาคเกษตรกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง เพื่อช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ขอขอบคุณที่มาจาก : The MATTER