ลูกสาววัย 14 พาผู้ชายมาค้างบ้าน กินเหล้า-สูบบุหรี่ ควรพูดกับลูกยังไงดี

advertisement
เป็นที่ทราบกันดีว่ากว่าจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาได้นั้นเป็นเรื่องยาก ยิ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อต้องดูแลและระมัดระวังให้ดี คุณแม่ท่านนี้ก็เช่นกัน เธอกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับลูกสาววัย 14 ของเธอ
โดยคุณแม่เล่าว่า มีลูกสาววัย 14 ปี ลูกชอบพาผู้ชายมานอนค้างที่บ้าน อีกทั้งยังดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เธอพยายามเลี้ยงลูกให้เหมือนเพื่อน ไม่ค่อยดุ ไม่ค่อยตี เพราะก่อนหน้าลูกสาวได้ทานยาเกินขนาด แล้ววินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
ลูกสาวรักษาอาการป่วยได้ประมาณ 1 เดือน แต่ไม่ค่อยทานยาตรงตามที่หมอสั่ง ลูกเลือกสูบบุหรี่เพื่อผ่อนคลายแทน เธอพยายามใจดีกับลูก ใช้วิธีค่อย ๆ พูด ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากจับเข่าคุยกันตรง ๆ แต่ก็กลัวลูกเครียด กลัวคำพูดจะกระทบกระเทือนจิตใจ
advertisement

ผลสุดท้ายคือเธอเครียดแทน ทั้งเรื่องรักษาโรคซึมเศร้าของลูก เรื่องลูกเกเร พยายามทำใจว่าเป็นธรรมชาติของวัยรุ่นแต่ก็อดเสียใจไม่ได้ ตอนนี้คิดว่าจะพาลูกไปฝังยาคุมเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ เพราะกลัวว่าลูกอาจจะเรียนไม่จบ
สำหรับเรื่องนี้ เธอมองว่าเรื่องอดีตคงย้อนไม่ได้ ให้มองที่ปัจจุบันและอนาคต ที่ผ่านมาถือว่าทำทุกดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยลูกมีอะไรก็เล่าให้ฟัง แม้อาจไม่ดีเหมือนลูกคนอื่น แต่ไม่ว่าจะยังไงลูกก็คือลูกของเรา จะอีกกี่ปีก็ยังเป็นลูกของเรา
advertisement

ด้านความคิดเห็นชาวเน็ตมีหลากหลาย บ้างก็มองว่า “จะมาสอนอะไรตอนอายุ 14 ค่ะ ไม้แก่เกินจะดัดแล้ว เด็กควรสอนตั้งแต่เล็กๆ ค่ะ ไม่ใช่ปล่อยตามใจไปทุกอย่าง”
advertisement

“มันคงย้อนอดีตไปไม่ได้แล้วค่ะ ปัจจุบันและอนาคตคือสิ่งที่ต้องการทำค่ะ ที่ผ่านมาเราถือว่าทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว การมีลูกที่ไม่เกเรนับว่าเป็นบุญวาสนาของผู้เป็นพ่อแม่และคงเป็นกรรมของดิฉันเช่นกัน ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป ติดตามทุกเพจ, กูรูเลี้ยงลูกวัยรุ่นนำมาปรับใช้แล้ว อย่างน้อยก็ได้ใจลูกเพราะเขามีอะไรเขาก็เล่าให้แม่ฟังปรึกษาแม่ นี่ถ้าไม่ยอมรับความจริงว่าสติแตกแล้วค่ะ วันนี้ก็ได้แต่คิดว่าจะยังไงก็ลูกเรา เราคือคนที่เสียใจ และภูมิใจ จะอีกกี่ปีเขาก็ยังเป็นลูกของเราเขาอาจจะไม่ได้ดีเหมือนลูกคนอื่นหรอก”
advertisement

“เด็กเค้าคงมีอะไรในใจที่ไม่ยอมบอกเราค่ะ เเนะนำให้ใช้เวลากับเค้าเยอะๆ หาสิ่งที่เค้าชอบเเล้วสนับสนุนพูดคุยกับเค้าบ่อยๆ ให้เพื่อนสนิทเตือน คนที่รู้จัก เเนะนำให้จับเข่าคุยเลยค่ะ เเต่ว่านะเคยมีเคสรุ่นพี่ที่รู้จักเป็นเเบบนี้พ่อเเม่ปล่อยเลยค่ะในเมื่อห้ามไม่ฟังก็ปล่อย ให้เค้าใช้ชีวิตในเเบบเค้าโลกจะสอนเค้าเอง ในฐานะผู้ปกครอง ณ ตอนนี้คงต้องคอยอยู่ข้างหลังสนับสนุนเค้า คอยบอกคอยเตือนห่างๆ วัยนี้ยิ่งถ้าดุด่า ก็จะวิ่งหนีเรา เเต่ถ้าผ่านไปได้ก็สบายเเล้วค่ะ”
advertisement

จากกระทู้ดังกล่าว ชาวเน็ตหลายคนมองว่า มันคงย้อนอดีตไปไม่ได้แล้ว ปัจจุบันและอนาคตคือสิ่งที่ต้องการทำ ที่ผ่านมาเราถือว่าทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว
เรียบเรียงโดย : kaijeaw.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกหมายเลข 4024591