ย้อนรอยโครงการผ้าป่าช่วยชาติของหลวงตามหาบัว ตอนทองบาทละ 5,700 ช่วยวิกฤตต้มยำกุ้ง
advertisement
ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งรุนแรงของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก ค่าเงินบาทลอยตัว เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างน่าเป็นห่วง และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเศรษฐกิจสั่นคลอนอย่างมาก ท่ามกลางสถานการณ์อันยากลำบากนี้ ได้เกิดโครงการสำคัญที่กลายเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของชาติ นั่นคือ โครงการผ้าป่าช่วยชาติ ซึ่งริเริ่มโดย พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน)
advertisement
หลวงตามหาบัวตระหนักถึงความรุนแรงของวิกฤต และเห็นว่าปัญหาครั้งนี้ไม่ได้กระทบเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศโดยรวม ท่านจึงได้เชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมกันแสดงพลังศรัทธา ด้วยการบริจาคเงินและทองคำในรูปแบบของ “ผ้าป่า” เพื่อนำไปมอบให้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เป็นทุนสำรองของชาติ
วัตถุประสงค์สำคัญของโครงการผ้าป่าช่วยชาติ คือการเสริมความมั่นคงทางการเงิน เพิ่มเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อเศรษฐกิจไทย การระดมทุนในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วน ทั้งเงินสดและทองคำ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนมากหรือน้อย ล้วนสะท้อนถึงความเสียสละและความรักชาติของคนไทย
advertisement
ผลจากโครงการผ้าป่าช่วยชาติถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง สามารถรวบรวมทองคำได้มากกว่า 13 ตัน และเงินสดอีกเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งทั้งหมดได้นำส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนสำรองของชาติอย่างโปร่งใสและตรงตามวัตถุประสงค์
โครงการผ้าป่าช่วยชาติไม่เพียงช่วยพยุงเศรษฐกิจในยามวิกฤตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีของคนไทย และบทบาทสำคัญของพระสงฆ์ในการเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน หลวงตามหาบัวได้แสดงให้เห็นว่า การเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้
advertisement
“ทองของหลวงตาอยู่ในบัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศของไทย และเก็บไว้ใน ห้องนิรภัย/คลังทองคำของธปท. ที่มีระบบความปลอดภัยสูง (การตรวจสอบกล้อง)”
advertisement
“ทองยังอยู่ครับ สำหรับท่านที่ถาม ห้ามนำไปใช้อย่างอื่น ใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเท่านั้น คือเก็บไว้ในคลังหลวง (คำศัพท์หลวงตา) แบงค์ชาติ ทุกวันนี้คณศิษย์ก็ยังนำทองบริจาคเรื่อยๆทุกปีนะครับ จำนวนอาจไม่เยอะเหมือนสมัยหลวงตายังอยุ่ แต่เค้าทำเรื่อยๆ”
advertisement
ย้อนรอยความเมตตา
advertisement
โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมแรงร่วมใจ และเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่ย้ำเตือนว่า เมื่อชาติบ้านเมืองเผชิญวิกฤต คนไทยสามารถยืนหยัดและก้าวผ่านไปได้ด้วยพลังแห่งศรัทธาและความสามัคคี
ขอขอบคุณที่มาจาก : อวยไส้แตกแหกไส้ฉีก