ชวนจับตาวิกฤตโลก ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินออกมาเตือน จุดเล็กๆ ที่สะเทือนโลก
advertisement
กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่อยากจะขอแชร์เพื่อให้ทุกคนได้อ่านและลองพิจารณาถึงสิ่งที่ต้องรับมือกับสถานการณ์โลก เมื่อบัญชีผู้ใช้ TikTok ที่ใช้ชื่อ Annabel – Your Wealth Architect ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเงินได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวพร้อมเผยว่า
“วันจันทร์ตอนเที่ยง ฉันนัดเพื่อนคนหนึ่งไปกินข้าว เราไม่ได้เจอกันพักใหญ่แล้ว เขาเคยเป็น economist / analyst ทำงานอยู่กับบริษัท oil & gas ใหญ่ของรัสเซีย ที่ตั้งอยู่ที่เจนีวา แล้วปีที่แล้ว เขาโดน layoff ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งนะคะคุณ แต่เพราะโลกมันเปลี่ยน หลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน บริษัทโดน sanction ธุรกิจไปต่อไม่ไหว ทีมถูกยุบ จบแบบเงียบ ๆ วันนี้ฉันเลยชวนเขามานั่งกินข้าว อยากฟังมุมมองจากคนที่ เห็นอะไรจริงๆ จากที่อยู่ในโลกน้ำมันมาทั้งชีวิต คุณจะว่า ฉันหมกมุ่นกับเรื่องน้ำมันมากไปก็จริงนะช่วงนี้ เพราะฉันเลิกคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และผลกระทบต่อๆไป กับโลกไม่ได้เลย ฉันคิดว่า เพื่อนคนนี้น่าจะมีคำตอบได้ดี อย่างน้อยฉันก็น่าจะฟุ้งซ่านน้อยลงเยอะละนะ เรานั่งกันที่ร้านเงียบ ๆ
advertisement
สั่งอาหารง่าย ๆ ฉันยังไม่ทันเริ่มอะไรเลย เขาพูดขึ้นมาก่อน “คนกำลังดูผิดจุดกันหมด” ฉันเงยหน้าขึ้น “ยังไง” เขายิ้มบาง ๆ แล้วพูด “ทุกคนจ้องแต่น้ำมัน” ฉันว่าคนส่วนใหญ่ตอนนี้เข้าใจแบบนี้จริง ๆโอเค น้ำมันขึ้น 100 ดอลลาร์แล้ว แรงนะ แล้วไงต่อ จบ แต่เขาส่ายหัว
“มันไม่ใช่น้ำมัน” เขาหยุด แล้วพูดช้า ๆ “มันคือสิ่งที่ติดอยู่หลังน้ำมัน” ลองนึกภาพแบบนี้นะ มีท่อใหญ่ ๆ เส้นหนึ่ง เล็กมากถ้ามองจากแผนที่โลก แค่ประมาณ 54 กิโลเมตร แต่ของสำคัญครึ่งโลกต้องผ่านตรงนี้ แล้วอยู่ดี ๆ มันเริ่ม “ติด” ไม่ใช่ปิดสนิท แต่เริ่มมีคนไม่กล้าใช้ นั่นแหละคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับ Hormuz “แล้วตอนนี้มันไม่ได้ปิดนะ” เขาพูด “แต่มันเริ่มมีคนไม่กล้าใช้” แค่นี้พอแล้ว คุณไม่ต้องปิดท่อ แค่ทำให้คน “ลังเล” ระบบทั้งระบบก็เริ่มชะลอเอง
สามสัปดาห์ที่ผ่านมาสงครามมันไม่ได้อยู่แค่ในข่าวแล้ว มันเริ่มไหลเข้ามาในชีวิตจริง ตอนนี้มีน้ำมันประมาณ 10–15% ของโลก ที่ออกมาไม่ได้ แต่เขามองหน้าฉันแล้วพูด “ถ้าคุณคิดว่ามันจบแค่น้ำมัน” เขาส่ายหัว “คุณกำลังประเมินต่ำไปมาก” แล้วเขาพูดประโยคหนึ่งที่ฉันยังจำได้ดี “ปัญหาไม่ใช่สิ่งที่หายไป” เขาหยุด “แต่คือสิ่งที่ควรจะมา…แล้วมันไม่มา” อูยยย … ฉันถึงกับวางมีดส้อมเสต็กตรงหน้าฉันเริ่มไม่ค่อยอร่อยแล้วค่ะคุณ เขาเริ่มเล่าจากขนส่งก่อน “โรงกลั่นในเอเชียตอนนี้ปวดหัวมาก”เพราะน้ำมันที่เคยใช้ มันหายไป
advertisement
แล้วของที่หาแทนได้คุณภาพไม่เหมือนเดิมบางที่เบากว่าบางที่กำมะถันต่ำกว่าฟังดูดีใช่ไหมเขาส่ายหัว“ไม่ดีเลย”เพราะโรงกลั่นถูกออกแบบมาให้ใช้ของแบบเดิมพอเปลี่ยนต้นทุนเพิ่มเครื่องจักรสึกแล้วที่สำคัญได้น้ำมันดีเซลกับ jet fuel น้อยลง“ซึ่งสองตัวนี้คือของที่โลกกำลังขาดที่สุด”เขาพูดผลคืออะไรโรงกลั่นเริ่มลดกำลังผลิตจีน อินเดีย ญี่ปุ่น รวมถึงไทย ลดกันประมาณ 5–15% ในขณะเดียวกัน โรงกลั่นยักษ์ในตะวันออกกลาง ที่ปกติส่งของไปทั่วโลก
แทบหยุด
ของที่ออกมาได้ทางท่อ ก็ยังเป็นแค่น้ำมันดิบ ยังไม่ใช่ของที่ใช้จริง เขาพูดต่อ “ตอนนี้มีเรือประมาณ 5% ของทั้งโลก” ที่ติดอยู่ในอ่าว ออกไม่ได้ เข้าไม่ได้ ลอยอยู่เฉย ๆ ฉันเงียบ เขาก็พูดต่อเลย “คุณรู้ไหมว่ามันแปลว่าอะไร” ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่ง ค่าขนส่งพุ่ง jet fuel พุ่ง ยุโรปเริ่มโดนแล้ว เพราะเกือบ 70% ของ jet fuel เขาพึ่งฝั่งนี้ ฉันถามเขาตรง ๆ “แล้วมันจะจบเร็วไหม” เขาไม่ตอบทันที แค่ยิ้ม แล้วพูด “ต่อให้เปิด Hormuz พรุ่งนี้”
เขามองฉัน “มันก็ไม่กลับมาเหมือนเดิมทันที”
เพราะอะไร โรงกลั่นเสีย โครงสร้างพัง และที่สำคัญ “คนยังกลัวอยู่” เขาหยุดกิน แล้วเริ่มเรื่องใหม่ “อุตสาหกรรมที่สองที่กำลังเจ็บ” การผลิต “คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตะวันออกกลาง ไม่ได้มีแค่น้ำมัน” เขาพูด “มันคือโรงงานวัตถุดิบของโลก” เขาไล่ชื่อให้ฉันฟัง naphtha methanol polyethylene styrene “ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้โลกผลิตของได้” ตั้งแต่ถุงพลาสติก ไปจนถึงรถยนต์ ไปจนถึงเครื่องมือแพทย์ ตอนนี้ของไม่มา
โรงงานในเอเชียหลายแห่ง เริ่มบอกว่า “ทำของส่งไม่ได้” แล้วเขามองหน้าฉันแล้วพูด “มันยังไม่จบ” ฉันขมวดคิ้ว คิดในใจ ”อะไรอีกยะพ่อคุณ นี่แทบจะไม่เหลืออะไรในพอร์ตให้ลงแล้วนะ“ เขาไม่สนใจฉัน พูดต่อเฉย แอนนาเบล คุณรู้ไหมยาที่คุณกิน aspirin antibiotics หลายตัวต้องใช้ petrochemical ซึ่งตอนนี้ ติด แล้วเขายิ้มเล็ก ๆ “มีตัวหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึงเลย” Helium
advertisement
ฉันชิงตอบไว ทำเป็นเก่ง ก๊าซลูกโป่งใช่ไหมล่ะ ใช่ เขามองหน้าฉัน แล้วพูดต่อ … แต่ในโลกจริง มันใช้ทำ semiconductor MRIอุตสาหกรรมขั้นสูง ไม่ใช่แค่ลูกโป่ง Qatar ผลิต helium ประมาณหนึ่งในสามของโลก ตอนนี้ โรงงานหยุด และไม่มีตัวแทน ฉันเริ่มรู้สึกว่าเรื่องมันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขายังไม่หยุด “อีก sector” โลหะ อลูมิเนียม ที่คุณใช้ทุกวัน ตั้งแต่กระป๋อง ไปจนถึงเครื่องบิน ตอนนี้ราคาเริ่มขึ้น เพราะโรงงานในอ่าว ส่งออกไม่ได้ ของเข้าไม่ได้
แล้วเขาวางส้อม
แล้วพูดเรื่องสุดท้าย “อาหาร” ประมาณหนึ่งในสามของการค้าปุ๋ยโลก ต้องผ่าน Hormuz ปุ๋ยที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งคือ urea ตอนนี้ขึ้นแล้วประมาณ 35% ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มันก็แพงอยู่แล้ว เขาถามฉัน “รู้ไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้น” ถ้าปุ๋ยมาไม่ทันฤดูเพาะปลูก ชาวนาไม่ได้ใช้ ผลผลิตลด ราคาข้าวขึ้น ข้าวโพดขึ้น อาหารขึ้น “นี่แหละเงินเฟ้อจริง”
เขาพูด ประเทศที่เจ็บสุด คือประเทศจน ที่พึ่งพาปุ๋ยจากตะวันออกกลาง เกิน 25% บางที่เกินครึ่ง เขานั่งพิงเก้าอี้ แล้วพูดเบา ๆ “CEO บริษัทปุ๋ยใหญ่คนหนึ่งบอกว่า” เขามองฉัน “ถ้า Hormuz ปิดต่อ” เขาหยุด “มันจะ catastrophic ต่ออาหารโลก” เรานั่งเงียบกันพักหนึ่ง แล้วเขาสรุปให้ฉันแบบสั้นมาก “ตอนนี้โลกไม่ได้มีปัญหาแค่สงคราม” เขาพูด “มันมีปัญหาเรื่องของที่ควรจะไหล…แต่ไม่ไหล” น้ำมันพลาสติก ยา โลหะ ปุ๋ย
ทุกอย่างมันเชื่อมกันหมด แล้วเขาพูดประโยคสุดท้ายที่ฉันคิดว่าคุณควรจำ “สิ่งที่น่ากลัวที่สุด”เขาวางแก้วน้ำ “คือมันไม่ได้กระทบทันที” “แต่มันจะค่อย ๆ โผล่มา” ทีละอย่าง เงียบ ๆ
คุณอาจจะยังไม่รู้สึกวันนี้ แต่ในอีกไม่กี่เดือน คุณจะเริ่มเห็น ของบางอย่างแพงขึ้น ของบางอย่างหายไป หรือบางอย่าง มี…แต่ไม่พอ ฉันเดินออกจากร้านวันนั้น แล้วคิดอยู่เรื่องเดียว โลกทั้งใบพึ่งพาช่องแคบเล็ก ๆ เส้นเดียว มานานมาก และตอนนี้ เราเพิ่งเริ่มเข้าใจว่า มันเปราะบางแค่ไหน สงครามครั้งนี้ มันไม่ได้แค่ยิงกันมันกำลังบีบ“เส้นเลือดของระบบเศรษฐกิจโลก” ช้า ๆและที่น่ากลัวคือสิ่งที่คุณเห็นวันนี้อาจยังไม่ใช่ผลกระทบจริงด้วยซ้ำ ออ นอ บอ ผู้ซึ่งตอนนี้ ฟุ้งซ่านหนักยิ่งกว่าตอนที่เดินเข้าร้านอีกค่ะคุณ 18.03.2026″
โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ใกล้ ช่องแคบฮอร์มุซ อาจไม่ได้กระทบแค่น้ำมัน แต่กำลังลุกลามเป็นปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก แม้เส้นทางยังไม่ถูกปิด แต่ความกังวลของผู้ขนส่งทำให้การลำเลียงสินค้าเริ่มชะลอตัว ส่งผลต่อหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่พลังงาน ปิโตรเคมี ไปจนถึงปุ๋ยและอาหาร ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่ของที่ “หายไปทันที” แต่คือของที่ควรจะมาแล้ว “ไม่มา” ซึ่งอาจทำให้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ราคาสินค้าทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น และบางรายการอาจเริ่มขาดแคลนแบบค่อยเป็นค่อยไป