ผู้ปกครองช็อก เจอของเล่นทำจากหลอดเก็บเลือด เพจหมอแล็บแพนด้า เตือนเสี่ยงอันตราย
advertisement
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวเตือนภัยที่อยากฝากถึงผู้ปกครองเรื่องของเล่นของเด็กๆ โดยทางเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้ออกมาแชร์โพสต์ของผู้ปกครองท่านหนึ่ง โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า
advertisement
“ตายแล้ววววววว! ใครเอาหลอดเก็บเลือดมาทำของเล่นเด็ก หลอดที่เห็นคือหลอด Heparin (ฝาสีเขียว) ปกติในโรงพยาบาล เราใช้หลอดนี้สำหรับเก็บตัวอย่างเลือดครับ ข้างในหลอดมันจะมีการเคลือบสารที่เรียกว่า Lithium Heparin เอาไว้ สารตัวนี้ทำหน้าที่เป็น “สารกันเลือดแข็งตัว” เวลาที่นักเทคนิคการแพทย์เอาไปปั่นตรวจ จะทำให้เลือดแยกชั้น ทำให้เราได้ “พลาสมา” เอาไปใช้ตรวจนั่นเอง
ส่วนใหญ่ใช้ตรวจทางเคมีคลินิกครับ เช่น ดูค่าการทำงานของตับ, ไต, เกลือแร่ในเลือด (Electrolytes) หรือตรวจระดับน้ำตาล
advertisement
ถ้าเอามาเป็นของเล่นเด็ก(ทำไปทำไม) อาจจะมีผลเสียคือ
– มีสารเคมีตกค้าง ถึงจะดูเหมือนหลอดเปล่าๆ แต่ข้างในมีสาร Lithium Heparin ถ้าเด็กเอาเข้าปาก อม หรือดูด สารเคมีเหล่านี้ก็เข้าสู่ร่างกายสิครับ ถึงปริมาณต่อหลอดจะน้อย แต่ร่างกายเด็กไวต่อสารเคมีมากกว่าผู้ใหญ่เยอะ
– เราไม่รู้เลยว่าหลอดพวกนี้หลุดออกมาจากไหน สะอาดจริงมั้ย หรือเป็นของคัดทิ้งที่มีการปนเปื้อนหรือเปล่า
– หลอดพวกนี้ทำจากพลาสติกหรือแก้วที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในห้องแล็บ ไม่ได้ออกแบบมาให้ทนทานต่อการกัด การขว้างปาของเด็ก ถ้าแตกขึ้นมา บาดมือ บาดปาก ติดคอได้
advertisement
– ที่สำคัญคือ สร้างความเข้าใจผิดได้ เพราะถ้าเด็กเคยชินว่า “หลอดเก็บเลือดคือของเล่น” วันหน้าไปเจอหลอดที่ ใช้แล้ว (ที่มีเชื้อโรค HIV, ตับอักเสบ หรือสารพัดโรค) วางทิ้งไว้ แล้วเขาหยิบมาเล่นเพราะนึกว่าเป็นของเล่นเหมือนที่บ้าน
อุปกรณ์การแพทย์ ควรอยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้นนะคร้าบ”
“สมัยเด็กๆน่าจะ 5-6 ขวบ ที่เขาทิ้งขยะ จะมีของพวกเหล่านี้เยอะ ก็เล่นตามประสาเด็ก แท่งแก้ว ของในห้องแล็บ แล้วพวกเราจนไม่มีของเล่นเลยต้องคุ้ยขยะมาเล่น มีหลากหลายขยะ เรารอดมาได้ ต่ยุคปัจจุบันมีของเล่นแบบนี้มันหลุดมาจากไหน น่ากลัว”
advertisement
“ตามตลาดนัดเอาไซริ้งค์ดูดยามาดูดเจลลี่ใส่ขายหลอดละ 10 บาท เราก็ตะหงิดๆนะ คือมันเอาใส่ยาทานทั่วไปก็จริง แต่มันก็ไม่น่าวางขายในรูปแบบนี้อ่ะ”
advertisement
advertisement
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญให้ผู้ปกครองหันมาใส่ใจแหล่งที่มาและความปลอดภัยของของเล่นมากขึ้น เพราะอุปกรณ์บางอย่างแม้จะดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่แท้จริงอาจมีสารเคมีหรือความเสี่ยงแฝงที่ส่งผลต่อสุขภาพเด็กได้โดยไม่รู้ตัว
ขอขอบคุณที่มาจาก : หมอแล็บแพนด้า