ร้านกาแฟคนพิการแพ้ระบบนายทุน ปิดตัวย้ายออกจาก ม.ดัง

advertisement
วันที่ 2 ต.ค. นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟสร้างอาชีพให้คนพิกา โดยมีบาริสต้าเป็นคนหูหนวก ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Wiriya Namsiripongpun โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า ''ผม ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งร้านยิ้มสู้คาเฟ่ ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่สร้างอาชีพให้แก่คนพิการ บาริสต้าของร้านเป็นคนหูหนวก ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้ที่เคยให้การอุดหนุนกาแฟของเรามาโดยตลอด
advertisement

แต่ ณ วันนี้ ผมต้องขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำเป็นต้องปิดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 นี้ ซึ่งจะทำให้คนพิการหลายคนที่ปฏิบัติงานอยู่สาขานี้ต้องตกงาน ขาดรายได้ในการเลี้ยงชีพ สาเหตุเนื่องจาก ทางเจ้าของสถานที่ได้มอบสัมปทานให้แก่ร้านกาแฟอื่นไปเรียบร้อยแล้ว ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ความพยายามในการหาช่องทางสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่คนพิการ กลับพ่ายแพ้ต่อระบบนายทุนใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้คนพิการจะต้องดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก
สุดท้ายนี้ ผมขอให้ทุกท่านช่วยกันเป็นกระบอกเสียง แชร์ข้อความที่บรรยายจากความรู้สึกของผม ที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่คนพิการ ในการเรียกร้องโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้กลับมาเป็นของคนพิการดังเดิม
advertisement

สำหรับท่านใดที่ต้องการอุดหนุนกาแฟของเรา ทางคณะฯ ได้สั่งให้คนพิการเลิกขายกาแฟที่ร้านนับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 แต่ต้องจ่ายค่าเช่าเต็มเดือน ดังนั้นอีก 20 วันที่เหลือ เราจึงต้องขายตามซอกตามมุมอย่างยากลำบาก หากไม่ขายจะโดนปรับวันละ 500 บาท แวะมาอุดหนุนและให้กำลังใจร้านยิ้มสู้คาเฟ่ สาขาธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ได้ถึงภายในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้นะครับ #มูลนิธิสากลคนพิการ #YimsooCafe จากการเจรจากับทางเจ้าหน้าที่คณะนิติศาสตร์ ได้รับข้อมูลมาใหม่ว่า สามารถให้ขายในร้านได้จนถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 [ads]
จากความคิดเห็น
advertisement

ความหวังของคนพิการจะอยู่ตรงไหน
advertisement

บ้านเมืองเอาเงินเป็นหลัก
advertisement

โดยจากโพสต์นี้ก็มีหลายท่านเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย หลายท่านมองว่าเรื่องนี้เป็นการ ปิดโอกาสของคนพิการ ที่เคยทำอาชีพเป็นบาริสต้าชงกาแฟแต่อีกไม่นานร้านต้องปิดไปเลยทำให้เสียโอกาสนั้น
ขอขอบคุณที่มาจาก : Wiriya Namsiripongpun