เก็บเงินครึ่งล้าน ภายใน 2ปี แต่ต้องแลกมากับอะไรหลายๆอย่าง

advertisement
คุณ สมาชิกหมายเลข 3497351 ได้ออกมาโพสต์แชร์ประสบการณ์ออมเงินให้ได้ครึ่งล้านภายใน 2 ปี โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุรายละเอียดว่า 'แชร์วิธีเก็บเงิน ครึ่งล้านนนนนนน ภายใน 2 ปี ของผู้ชายธรรมดาคนนึง'
advertisement

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมอยากจะมาแชร์วิธีการเก็บเงินของผม จริงๆแล้วทุกคนสามารถเอาไปประยุกต์ในรูปแบบของตัวเองได้เลยนะครับ แค่ปรับระดับเงินให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตของตัวเอง ต้องเกริ่นก่อนระครับ ว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานระหว่างเรียนมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้วครับ ตอนนั้นก็เก็บได้จำนวนหนึ่ง แต่จะขอเริ่มstart เก็บเงินตั้งแต่เรียนจบและทำงานในฐานะมนุษย์เงินเดือนเลยละกันครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาอ่านเรื่องของผมนะครับ
เริ่มได้เล๊ยยย………
เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมเรียนจบวิศวะมา ปัจจุบันอายุ 25 ปีนะครับ ตอนนั้นทำงานเป็นวิศวกรหน้างานของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บ.หนึ่ง เงินเดือนเริ่มต้นก็คือ 18,000 บาท รวมค่าโอเทีแล้ว ก็ตกอยู่ประมาณเดือนละ 26,000 บาท ในตอนนั้นผมมีเป้าหมายที่แน่วแน่ในการเก็บเงินมาก เพราะผมก็เป็นคนหนึ่งที่อ่านพันทิพมาโดยตลอด ผมชื่นชมพี่ๆหลายๆคนที่เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงินเดือนสูงๆ ในขณะเดียวกันพี่ๆหลายคนก็ได้มาแชร์ประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีในด้านการเก็บเงิน มีทั้งเก็บเงินไม่อยู่บ้าง มีทั้งการเป็นหนี้บ้าง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอุทาหรณ์และประสบการณ์ให้กับผม ได้นำมาปรับกับการเก็บเงินของตัวเอง ขอบคุณแรงบันดาลใจของทุกท่านด้วยครับ ต่อเลยละกันครับ คือการเก็บเงินของผมจะแบ่งแบบนี้ครับ ผมจะใช้เท่าที่จำเป็น และเก็บมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ คือ เก็บเดือนละ 18,000 บาท คือจะใช้ฐานเงินเดือนในการเก็บ ส่วนโอทีจะนำมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตอนนั้นผมเลือกที่จะเช่าห้องใกล้ๆที่ทำงานซึ่งอยู่แถวๆรามคำแหง และเดินไปทำงาน ค่าอาหารตอนนั้นจำได้ว่า ใช้วันละไม่ถึง 100 บาท ก็กินทั่วไปแหละครับ หมูปิ้งไก่ปิ้ง ตอนเย็นก็ทำกับข้าวกินบ้าง สิ้นเดือนแล้วเหลือเท่าไหร่ก็เก็บเข้าบัญชีหมด คือมันไม่เป็นแบบนี้ทุกเดือนหรอกครับ วันไหนอยากกินของดีๆบ้าง ก็ให้รางวัลตัวเอง ผมจำได้ว่า ผมทำงานได้ประมาณ 3เดือนก็ได้ลาออก เพราะเรารู้สึกไม่ชอบการทำงานที่หน้างาน คือต้องทำงานกลางแดดร้อนๆ ตอนเย็นก็ต้องดื่มแอลกอฮอลล์กับผู้รับเหมาดึกดื่น ผมรู้สึกว่ามันเสียสุขภาพเอามากๆ เลยเปลี่ยนลักษณะงาน คร่าวๆตอนนั้นก็เก็บได้ประมาณ 60,000 บาท ซึ่งถือว่าเยอะมากๆสำหรับผม นึกถึงเงินที่เราสะสมมา ก็เริ่มมีกำลังใจในการเก็บมากขึ้น
advertisement

พอหลังจากลาออกจากที่เดิม ก็เริ่มสำหรับการทำงานในที่ใหม่ แต่ครั้งนี้ผมได้ทำงานในตำแหน่งวิศวกรมากขึ้น เช็คแบบ คอยตอบคำถามผู้รับเหมา ซึ่งตามตรงผมก็ไม่มีประสบการณ์มากขนาดนั้น ก็ได้แต่เรียนรู้งานจากพี่ๆวิศวกรบ้าง หรือไม่ก็จากช่างที่ทำงานด้วยกัน เงินเดือนเบ็ดเสร็จสำหรับที่ทำงานใหม่ประมาณ 28,000 บาท แต่ไม่มีโอทีแล้วครับ ผมคิดว่าผมจะได้มีเวลามากขึ้น ในระหว่างนั้น ผมได้ออกรถมอเตอร์ไซด์ ด้วยเงินเก็บระหว่างเรียน จึงทำให้ช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้เยอะมากๆ และตอนนั้นผมก็ได้เริ่มทำงานพิเศษที่ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนไปด้วย นั่นคือ “สอนพิเศษ” ผมรับสอนพิเศษในทุกเย็น หลังจากเลิกงานหลัก ตอนนั้นรายได้ก็ถือว่าดีนะครับ 2 ชม. 500 ถ้าเป็นเด็กอินเตอร์ เราก็จะได้เยอะหน่อย 2 ชม. 600 บาท ทำแบบนี้ไปทุกวัน พอถึงวันอาทิตย์ ก็รับสอนเต็มวัน ยอมรับว่ามีเหนื่อย มีท้อครับ เพราะการขับรถในกรุงเทพเป็นเรื่องอันตราย ต้องระมัดระวัง กลับถึงหอก็ประมาณ 2 ทุ่มในทุกๆวัน เริ่มเห็นเงินเก็บที่เพิ่มมากขึ้น ก็หายเหนื่อย รายจ่ายที่เพิ่มเข้ามาหลังจากเริ่มทำงานก็คือ ต้องส่งค่ากินให้น้องด้วยครับ เพราะน้องเริ่มเข้าเรียนปี 1 เราก็ต้องช่วยพ่อแม่ส่ง ผมส่งให้น้องเดือนละ 4,500 บาท เบ็ดเสร็จในแต่ละเดือน ผมก็มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 38,000 บาท บวกลบไม่เกินนี้ครับ ผมทำงานอยู่ที่บริษัทนี้ได้ประมาณ 1 ปี 3 เดือนครับ ตลอดระยะเวลานั้นเราก็ใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระบ้าง ซื้อของให้ตัวเองบ้าง ซื้อของให้พ่อแม่บ้าง [ads]
ทำให้เงินเก็บของผมตลอดเวลาทำงาน 1 ปี 6 เดือนของผม รวมกับช่วงทำงานที่แรก ผมมีเงินเก็บประมาณ 340,000 บาท ครับ หลังจากลาออกจากที่ทำงานที่สอง ปัจจุบันผมจึงเปลี่ยนสายงานตัวเอง มาเป็นวิศวกรออกแบบในบริษัทแห่งใหม่ ตอนนี้ไม่ต้องอยู่หน้างานแล้วครับ ได้อยู่ห้องแอร์กับเขาซะที เงินเดือนช่วงยังไม่ผ่านโปร ประมาณ 29,500 บาท พอผ่านโปรแล้วเพิ่มเป็น 30,500 บาทงานที่ผมทำอยู่ตอนนี้เลิก 4 โมงเย็น ทำให้มีเวลาในการสอนมากขึ้นด้วย ทำให้เงินเก็บในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้น แต่เราก็ไม่ได้สอนหนักเหมือนเคย เพราะตั้งแต่มีแฟน เราก็อยากจะมีเวลาให้เค้าบ้างครับ กว่าจะเจอกันก็นานแสนนาน มีแฟนเป็นพยาบาลก็ต้องเข้าใจแหละครับ 555+ และแล้วสิ้นเดือนที่ผ่านมา มันทำให้ผมมีเงินเก็บประมาณ 500,000 บาท ได้สำเร็จ ในระยะเวลา 2 ปี หลังจากที่เรียนจบ ผมอยากจะบอกทุกคนว่า การที่จะเก็บได้ขนาดนี้ มันต้องแลกอะไรหลายๆอย่าง เราจะไม่มีเวลาไปเที่ยว นั่งเล่น เดินห้าง เหมือนคนอื่น เวลาวันหยุดก็ต้องไปสอน กินของดีๆก็กินไม่บ่อย อาจจะเพราะตอนนั้นผมอยู่ตัวคนเดียว มันเลยทำแบบนั้นได้ พอมีแฟนเราก็ต้องลดเรื่องพวกนี้บ้างครับ
advertisement

สุดท้าย ผู้ชายธรรมดาอย่างผมก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆคนบ้าง ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนหรือเด็กบ้านนอกเหมือนกับผม ที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวงแห่งนี้ มันอาจจะมีเหนื่อยบ้าง มีท้อบ้าง ผมเข้าใจนะครับ บางทีผมก็ยังแอบร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยๆ ทุกคนมันก็มีมุมอ่อนแอ ยังไงชีวิตเราก็ต้องร้องไห้บ้าง ผมรู้ว่าทุกคนในนี้มีความฝันและเป้าหมายของตัวเอง ทำให้ได้นะครับ
ผมเชื่อว่าผมไม่ได้เก่งไปกว่าทุกคน และวิธีที่ผมใช้ก็เป็นวิธีที่เบสิค ทุกคนสามารถทำได้ในลิมิตของตัวเอง สุดท้ายใครที่บังคับตัวเองได้ และมีระเบียบวินัยในการเก็บเงินต่างหาก คือของจริง ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับทุกคน สู้ๆครับ
ขอขอบคุณที่มาจาก : สมาชิกหมายเลข 3497351