ดราม่าแม่อุ้มลูก 10เดือน ล่าสุดเพจดังออกแจงอีกมุม

advertisement
จากกรณีที่คุณแม่ท่านหนึ่งที่อุ้มลูก เพื่อเข้ารับการรักษาแต่โรงพยาบาลไม่ยอมรับรักษา จนกลายเป็นเรื่องราววิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ ทั้งนี้ทางเพจ หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor มีการโพสต์เรื่องราวอีกมุมหนึ่งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งแรกที่พ่อแม่ลูกกลุ่มนี้ไป ว่า มันไม่ได้เป็นไปตามอีกฝ่ายกล่าวอ้างซะทีเดียว เพราะทางพ่อแม่ลูกนั้นบอกว่า ไม่อยากไปโรงพยาบาลรัฐ จะไปโรงพยาบาลเอกชน เพราะมีเงินจ่าย แต่เจ้าที่ต้องกักตัวไว้เพราะกลัวแพร่เชื้อ
ข้อความจากเพจ หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor
advertisement

ข้อความจากเพจ หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor
advertisement

ข้อความจากเพจ หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor
advertisement

ข้อความจากเพจ หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor [ads]
advertisement

ล่าสุดทางคุณอุ้ม สามีและลูก ได้ออกมาชี้แจงว่า ต้องหารพ.รักษา เพราะลูกอายุ 11 เดือน ไข้สูง เช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด เกรงจะเกิดอันตราย โดยเธอได้ไปสถานที่เสี่ยงที่พบผู้ติดเชื้อ ใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 5 และวันที่ 6 ไปรับลูกที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และเดินทางกลับกทม. ก่อนพบว่าติดเชื้อทั้งแม่และลูก แต่สามีไม่ติด เบื้องต้นพักที่คอนโด
ช่วงดึก ลูกมีอาการไข้สูง จึงกลับไปรพ.เดิมอีกครั้ง ซึ่งรพ.บอกว่าไม่ได้รับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ และประสาน รพ. ในเครือให้ จากนั้นก็ขับรถไปรพ.เอกชนอีกแห่ง เพื่อขอเข้ารักษา แต่รพ.นี้ก็ปฏิเสธอีก จึงไปรพ.ที่ 3 เป็นรพ.เอกชน ชื่อดังย่านศรีนครินทร์ แต่ก็โดนปฏิเสธ ตอนนั้นตีสองแล้ว จึงไลฟ์สดขอความช่วยเหลือ
เมื่อออกจากรพ.เอกชน ก็ไปรพ.รัฐแห่งหนึ่ง ก็แนะนำว่าให้มาใหม่ในตอนเวลา 8 โมงเช้า แต่ตอนนั้นลูกตน ก็ยังมีไข้สูง จนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือ จากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ช่วย สส.เขตสายไหม ให้ช่วยประสานด่วนไปที่ รพ.ภูมิพลอดุลยเดชฯ โดย พล.อ.ต.หญิง อิศรญา สุขเจริญ ผอ.โรงพยาบาลภูมิพลอดุยเดชฯ รับ 2 แม่ลูกไปรักษา ถึงแม้ว่า รพ.จะเตียงเต็ม แต่ด้วยผู้ป่วยเป็นเด็ก และอ่อนเพลียมาก จึงมีการเตรียมห้องพักและอุปกรณ์ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด รับสองแม่ลูกเข้ารักษาเมื่อวานนี้
ล่าสุดคุณอุ้มได้อัดคลิป ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือ ตอนนี้อาการของลูกและตนปลอดภัยแล้วลูก ก็ไข้ลดลง แต่มีอาการไอบ้าง แพทย์ดูแลและให้ยาตามอาการ ส่วนตนเองก็ปกติ ไม่มีไข้ ไม่ไอ อาการเหมือนคนปกติทั่วไป
ทั้งนี้คุณอุ้ม เปิดใจกับทีมข่าวว่า ขอยืนยันที่ไลฟ์สดนั้นจุดประสงค์ต้องการความช่วยเหลือ ไม่ได้ตำหนิฝ่ายใด แต่ขอยืนยันว่า รพ.ปฏิเสธรักษาตนจริง ซึ่งหากรพ.รับรักษา ตนจะไปตระเวนหารพ.หอบลูกที่ไข้สูงขับรถตระเวนหารพ.ทำไม อยากให้รพ.แต่ละแห่งให้ศึกษากรณีตนเป็นตัวอย่าง เพราะไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นซึ่งหลังจากรักษาตัวแล้ว ก็จะต้องปรึกษาสามีว่าจะมีการฟ้องร้องกับรพ.ที่ปฏิเสธรับการรักษาหรือไม่
advertisement

ด้านนายเอกภพ พลเมืองดีที่ช่วยสองแม่ลูก เปิดเผยว่า ไม่คิดว่าการที่ผู้ป่วยเด็กอาการไข้สูง แต่ถูกรพ.ปฏิเสธรักษา ตนได้รับแจ้งเวลา 05.00 น. จึงเร่งประสานงานช่วย ซึ่งการช่วยเหลือนี้ เป็นการประสานงานขอความเมตตาจากผู้ใหญ่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ จนกระทั่ง ได้รับการช่วยเหลือแล้ว จึงมีเจ้าหน้าที่รัฐติดต่อมาตอนที่ได้รับการรักษาแล้ว ในส่วนของรพ.เอกชนที่ถูกระบุว่า ปฏิเสธการรักษานั้น ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า รพ.ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ผู้ป่วยปฏิเสธไม่รับการรักษาเอง โดยผู้ป่วยมาด้วยอาการเด็กไข้สูง ทางรพ. ก็ดูแลเช็ดตัวและให้ยา ซักถามประวัติ จนพบว่าแม่ของเด็กไปสถานที่เสี่ยงสูงในการติดเชื้อ จึงเป็นการแนะนำให้ตรวจและพบเชื้อ และแนะนำว่าต้องรักษาในห้องความดันลบ ซึ่งที่รพ.เป็นห้องขนาดเล็ก 1 ห้อง แต่ผู้ป่วยบอกว่า ต้องการห้องพิเศษเดี่ยว ทางรพ.ไม่มี จึงแจ้งว่าจะประสานรพ.ในเครือให้ และประสานไปที่รพ.ในเครือ ซึ่งสามีผู้ป่วยยังเซ็นเอกสารไม่รับการรักษา ส่วนรพ.เอกชนอีกแห่งแจ้งว่า ไม่มีแพทย์ที่รักษาผู้ติดเชื้อที่เป็นเด็ก จึงแนะนำให้ไปรพ.รัฐ และช่วยประสานรพ.รัฐให้ ระหว่างนั้นก็ยังเช็ดตัวลดไข้ให้เด็ก ส่วนรพ.ของรัฐที่ครอบครัวนี้ไป ก็ได้บอกให้สองแม่ลูก รอที่รถก่อน จะประสานสอบถามเรื่องการรักษาเด็กต้องไปที่รพ.ใด และให้ผู้ป่วยกลับไปพักที่บ้านก่อนและมาหาใหม่ตอน 8 นาฬิกา เพื่อรอการประสานงานว่าจะให้ไปรักษาที่ใด และขณะนั้นพบว่าอาการของเด็กไข้ลดลงแล้ว
ซึ่งข้อมูลของรพ. พบว่าให้ข้อมูลตรงกันข้ามกับผู้ป่วยแม่ลูก ซึ่งทางรพ.ยืนยันว่า ดูแลแม่และเด็ก อย่างดีและไม่ได้ปฏิเสธและยังช่วยเหลือ แต่ด้วยอุปกรณ์และสถานที่ไม่เพียงพอจึงต้องประสาน หาสถานที่พร้อมช่วยเหลือ ซึ่งหากผู้ป่วยจะฟ้อง ทางรพ.ก็มีหลักฐานมาชี้แจงทุกอย่างเช่นกัน
ขอขอบคุณที่มาจาก : เรื่องเล่าเช้านี้