พ่อคิดว่าต้นกล้วยเป็นโรค เลยจะตัดทิ้ง โชคดียังทัน

advertisement
คุณ Samrit Saraphi ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวหลังจากที่พบว่าที่บ้านมีต้นกล้วยด่าง ที่ตอนนี้ได้รับความนิยม และมีราคาสูงอย่างมาก โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุว่า "คุณพ่อคิดว่าเป็นโรค จึงจะตัดทิ้ง (กล้วยราคา50,000)"
advertisement

เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่าน เวลา07.00น ณ.บ้านโอทะลัน ต.จริส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ลูกสาวเจ้าของสวนยาง ได้ออกไปให้น้ำกรดต้นยาง บริเวณท้ายหมู่บ้าน บังเอิญได้ไปพบเห็นต้นกล้วยน้ำว้า ที่พ่อ ได้ปลูกไว้เป็นเวลามาหลายปี ที่มีสีที่แปลกตา คล้ายกล้วยด่าง ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่องกล้วยด่างที่ออกข่าว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าเป็นกล้วยด่างแท้หรือเทียม จึงได้นำมือถือมาถ่ายภาพเป็นข้อมูล ส่งไปยังผู้ที่มีความรู้ด้านไม้ด่าง ซึ่งก็เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊คชอบนักสะสมไม้ด่างอยู่แล้ว เช้าวันนั้น ปรากฏได้รับการยืนยัน ว่าเป็นกล้วยด่างแท้แน่นอน และได้ทำการติดต่อขอซื้อทันทีในราคา” ครึ่งแสน “ เมื่อตกลงราคากันได้ผู้ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าวก็ได้รีบเดินทางไปทันที่จากตัวเมืองสุรินทร์ ไปยัง บ้านโอละทันพื้นที่ พบกล้วยด่าง เมื่อไปถึงก็มี คุณแม่ พี่ชาย และกลุ่มเพื่อนๆที่ทำงานของผู้ที่ไปพบเห็นกล้วยด่าง มารอตอนรับและส่งมอบ อย่างอบอุ่น
advertisement

จากนั้นผู้ติดต่อขอซื้อได้สอบถามที่มาของกล้วยปรากฏว่า เป็นกล้วยน้ำว้าบ้าน ปลูกทิ้งไว้ท้ายสวนเป็นเวลามาหลายปี ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่เป็นผู้ปลูกไว้ ได้เล่าว่า ตั้งแต่เกิดมาจนป่านี้ก็ไม่เคยพบกล้วยอะไรลายแบบนี้ ด้วยความที่ไม่รู้จัก ก็ได้ตัดทิ้งไปแล้วรอบหนึ่ง และยังปรากฏร่องรอยการตัด เพราะคิดว่าอาจเป็นโรค กลัวจะก่อเกิดความเสียหายต่อพืชไร่ชนิดอื่น เมื่อหลายเดือนก่อน ยังได้กล่าวว่า ไม่คิดว่ากล้วยด่างจะเกิดในพื้นที่ของตน และจะมีราคาแพงขนาดนี้ ทั้งตกใจ และดีใจ ที่ลูกสาวได้ไปพบก่อน หากช้ากว่านี้ คุณพ่อคงจะตัดทิ้งอีกครั้ง นับเป็นความโชคดี ชาวสวนยางมาก เพราะกล้วยด่างที่พบนั้น เป็นกล้วยน้ำว้าบ้าน โอกาสในการด่างเองในธรรมชาติน้อยมาก 1ในแสนในล้านต้นก็ว่าได้ นี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้พบเห็นในพื้นที่ดังกล่าว เขตชายแดนจังหวัดสุรินทร์ [ads]
advertisement

ไม่ใช่กล้วยเป็นโรคนะ
advertisement

มูลค่า 50,000 บาท
advertisement

โดยกล้วยด่างนั้น ตอนนี้ได้รับความนิยมในคนบางกลุ่ม ซึ่งบางต้นนั้นมีราคาสูงมากๆ หากที่บ้านใครมีต้นกล้วยที่มีลักษณะเป็นใบด่างแบบนี้สามารถติดต่อหรือนำไปขายได้ในกลุ่ม คนรักกล้วยด่างได้นะคะ
ขอขอบคุณที่มาจาก : Samrit Saraphi