แชร์ประสบการณ์!! มนุษย์เงินเดือน สู้จนได้ 1 ล้านแรกก่อนวัย 30 ทำยังไงมาดูเลย..

advertisement
คุณ สมาชิกหมายเลข 1454335 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปได้เขียนแบ่งปันวิธี เก็บเงินให้ได้ 1 ล้านสำเร็จก่อนวัย 30 ลองมาอ่านกันดูเลยจ้า
วันที่มนุษย์เงินเดือน ต่อสู้จนได้ 1 ล้านแรกก่อนวัย 30 สำเร็จ
คำว่าสำเร็จคือ ทำตามเป้าหมายในแต่ละปีที่คุณสร้างเป้าหมายไว้ ที่ผมเริ่มต้นจากประสบการณ์ล้วนๆ ส่วนแรงบันดาลใจในการเขียนครั้งนี้คือ เพื่อนๆ Group 8 ที่เรียนกันมา ช่วยเป็นแรงผลักดันให้ช่วยแชร์เรื่องราวนี้ครับ
ผมเองก็ไม่ได้แชร์ประสบการณ์แบบนี้มา 2 ปีแล้ว จาก การเขียนกระทู้พันธิป "ทำไมมนุษย์เงินเดือนถึงมีธุรกิจ 10 อย่างไม่ได้" >> ใครอยากอ่านก็อ่านน้า ^^
ต้องบอกว่าวันนั้นที่เขียน กับวันนี้ ( วันสิ้นปี 31/12/2016 ) ก็มีอารมณ์เดียวกันคืออยากจะเล่าสิ่งที่ผ่านมา และต่อสู้กับมัน มาให้คนที่ต้องการพลังและกำลังใจ เดินไปต่อไปแบบไม่ย่อท้อครับ แต่คนที่มีทุกอย่างแล้วไม่ต้องอ่านน่ะครับ 555 เพราะคุณน่าจะผ่านมันมาแล้ว
advertisement

ทุกวันนี้ผมเองก็ยังคงเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่น่ะครับ แต่ลักษณะงานต่างไป คือไม่ต้องเข้า Office ตลอด เพราะ ผมผันตัวเองมาทำงานเป็น Consult งานหลักคือ implement ระบบ ตามหลักของ software Engineer เลย แต่เป็นระบบประเภท BI ( Business intellegence ) คือ งานเก็บ Requirement และ develop BI Tool ตัวดังๆ ของเมืองไทย ซึ่งงานส่วนใหญ่ก็ Work at Home ผมจะบอกว่าถ้าคุณ manage งานสายมนุษย์เงินเดือนได้ คุณจะมีเวลาทำธุรกิจส่วนตัว แต่คุณต้องให้ Piority กับงานหลักก่อนน่ะครับไม่งั้นคุณอาจจะโดนไล่ออกน่ะจ๊ะ แต่ความสำเร็จที่ว่าไม่ได้เกินจากการเป็นมนุษย์เงินเดือนน่ะจ๊ะ มันเกิดจากการทำธุรกิจล้วนๆ เริ่มเลยละกันน่ะ หลังจาก 2 ปีในกระทู้พันธิปจะเห็นได้ว่าตัวที่เป็นการเชื่อมต่อหลายๆ 10 ธุรกิจของผมคือ ระบบ POS ดังนั้นถ้าผมต้องเลือก ผมจะเลือกธุรกิจที่ผมเริ่มต้นมันมาจากประสบการณ์ และมันสะสมได้
ตอนนี้เปิดบริษัททำ Software POS เองก็ เกือบจะ 2 ปีแล้ว ( จริงจังแล้ว !!) และทุกวันนี้ผมมีลูกค้ากำลังจะครบ 100 เจ้าแล้ว ซึ่งผมเองมองว่า เกินคาด ซึ่งผมยังอายุ พึ่ง 30 อยู่แล้ว ขณะที่ผมเขียนโพสนี้อยู่ โดยมีปริมาณ Transaction ที่ไหลผ่านระบบผม มากกว่า 1 ล้าน Transaction ต่อชั่วโมงเลย ไม่ได้อะไรน่ะแต่รู้สึกดีใจมากๆ ที่ผู้ประกอบการหลายร้านที่เลือกเรา และเชื่อมั่นในตัวเรา ส่วนการเติบโตของบริษัทมีมากขึ้นจนน่าดีใจ จากก่อนเริ่มเปิด บ. มีลูกค้า จริงๆ ไม่เกิน 20 เจ้า ผ่านมาไม่ถึง 2 ปี เรากำลังจะนับ 100 แล้ว โดยผมเล่ารายละเอียดที่มาของการมาถึงจุดนี่ให้ฟังน่ะครับ
6 ปีที่แล้ว ตอนนั้นผมอายุ 24 เรียกว่า เรียนจบแล้วทำงานที่ กทม ได้ประมาณ 1 ปีแล้วช่วงนั้นทางบ้านพี่น้องผมเริ่มทำธุรกิจไอศครีม ที่เชียงใหม่บ้านเกิดของผม ช่วงนั้นร้านเล็กๆ แต่ขายดีมากๆ จนทำให้พี่ชายของผมเกิด Idea ขึ้นมาในการให้ผมลองทำระบบขายเพื่อใช้ในธุรกิจของตัวเองดู จากร้านไอติมเล็ก ทำให้ผมเองที่เรียนมาทางสาย Computer Engineer หนีการเขียนโปรแกรมมาตลอด ต้องมาลองทำอะไรเพื่อธุรกิจในครอบครัวดู ผมเองก็ลองผิดลองถูกมาตลอดตั้งแต่ระบบร้านไอศครีม นั่นคือจุดเริ่มต้นของ ธุรกิจของมนุษย์เงินเดือนแบบผม
5 ปีที่แล้ว จากร้านไอติมเล็กๆ ขายดีเกินคาด พี่ชายผมเลยต้องขยายร้านและดึงผมเข้ามาเป็นหุ้นส่วนเต็มตัว เลยทำให้ผม Focus ระบบมากขึ้น เพราะเงินทุกบาททีผลกับการลงทุนแล้ว แต่การลงทุนครั้งนี่ยืมคุณพ่อมา ( ปัจจุบันใช้คืนหมดแล้วจ๊ะ ) ในปีเดียวกันเพื่อนสนิทผมก็ลงทุนทำร้านอาหารที่ย่านธุรกิจ นิมมานทร์เชียงใหม่ ทำให้ผมเรียนรู้การทำร้านอาหารทั้งการสั่งอาหาร ส่งอาหาร เสริฟอาหาร ส่วน Stock เครื่องดื่มต่างๆ รวมไปถึงการลงทุนซื้อระบบ Cashier มาใช้เป็นครั้งแรก สุดท้ายปัญหาคือ คอมติดไวรัส ทำให้ข้อมูลที่ร้านหายหมดเลย ตัวผมเองอยู่ กทม ตลอด ทำให้ได้ Idea ในการทำระบบ บน Cloud ขึ้นมาครับ เก็บข้อมูลได้และข้อมูลไม่หาย
4 ปีที่แล้ว ขยายจากธุรกิจร้านอาหารร้านเบียร์นอก มาทำขายส่งเบียร์เอง ครั้งนี้ ได้เอาระบบ POS มาปรับใช้กับการขายส่ง ออก invoice A4 ใบกำกับภาษี แล้ว ในปีเดียวกันก็มีธุรกิจเล็กๆ เกิดขึ้นอีกมากมายในปีนี้ ก็ได้เอาระบบ POS Cover ทุกธุรกิจทั้งหมด ในปีเดียวกัน ร้าน ไอศครีมผมก็ขยายไป 3 สาขาแล้ว ทำให้ระบบร้านไอศครีมต้องปรับและรองรับการเติบโตให้ได้
3 ปีที่แล้ว ผมนำตัวเองไป Focus ทั้งหลายๆธุรกิจ จนลืมไปเลยว่าทุกๆ ธุรกิจมันต้องซื้อมาขายไป มันมีการหมดอายุ และ ต้องใช้เงินในการลงทุนทั้งสิ้น ทั้งค่าแรง ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ ค่า … ทุกๆอย่าง รวมไปถึงการ ฆ่าตัวผมเองด้วย เพราะเราไม่สามารถทำหลายๆ ให้ดีทุกอย่างในเวลาเดียวกันได้ ผมเองจึงต้องตัดสินใจ ให้ธุรกิจดำเนินต่อไปโดยไม่มีผม เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ผมเลยเริ่มหาลูกค้า ใช้ connection ที่มีอยู่กับการพัฒนาระบบ POS ให้ เป็น Software จริงๆ แล้ว เพราะร้านอาหารของผมต้องซื้อระบบใหม่ คิดแค่ราคา SW อย่างเดียวก็เหยียบแสน เพราะเค้าคิดตามจุด เลยทำให้คนเคยทำระบบเล็กๆ แบบเราต้องมา คิดแล้ว ว่าต้องทำระบบจริงจังแล้ว เพราะร้านคงไม่ลงทุนขนาดนั้น ผมจึง ผมจึงรวบรวมเอาประสบการณ์ที่ทำธุรกิจมาหลายๆปี นำระบบของร้านไอติมมาปรับใช้ให้เป็นระบบร้านอาหาร แล้วปักหลักทำธุรกิจระบบร้านอาหาร POS แบบจริงจัง [ads]
advertisement

1 ปีที่แล้ว ระบบของเราเริ่มเป็นรูปร่างขึ้นมา ผมเริ่มหาทีมงานก็น้องชายนั่นเอง และสอนทีมงานให้ดึงศักยภาพของเค้าสามารถทำได้ออกมา และ เราก็เติบโตขึ้น เพราะกำไรจากธุรกิจ ได้สัมผัสเงินล้านเป็นครั้งแรก โครตดีใจเลย ไม่เคยคิดเลยว่าเราจะมีวันนี้ เพราะ การเป็นมนุษย์เงินเดือน คุณได้เงินมารายเดือน ต้องเก็บเงินเดือนละ 100,000 บาทถึงจะทำได้ … ธุรกิจก็โตขึ้น 80% ลูกค้าก็มี เกือบๆ 45 สาขา
ปีนี้ สิ้นปี 2016 ยอดกำไรธุรกิจของผมโตขึ้นจริงๆ ผมหยิบ 2 ล้านครับผม growth 78% และลูกค้า เกือบ 100 สาขาแล้ว มี Partner และพี่น้องทางธุรกิจ เพิ่มขึ้นมาก ผมอยากจะบอกว่า การทำธุรกิจด้วยใจจริง พูดจริง มีน้ำใจ ไม่คิดเล็กคิดน้อย จะทำให้ธุรกิจคุณโตได้ สุดท้ายนี้ผมอยากที่จะให้กำลังใจกับทุกคน คนเราเริ่มต้นต่างกัน ผมเองก็เช่นกัน ถ้าอ่านดูดีๆ ผมก็ล้มมาหลายๆ ธุรกิจ เพราะยิ่งทำเยอะ ที่มีโอกาสที่จะล้มเยอะ เรียนรู้ได้เยอะ ขอเพียงคุณไม่ปิด โอกาสของตัวเอง และจงจำเอาไว้ เจ้าของกิจการ ไม่มีวันหยุดน่ะครับ หยุดงานได้ แต่สมองแบ่งเวลามาคิด เรื่องการเติบโตขององค์กรด้วย เวลาคุณไปที่ไหน ให้รู้ว่า คุณต้องได้ความรู้มาปรับใช้ อายุเป็นเพียงตัวเลข เริ่มวันนี้ก็ไม่สาย
สุดท้ายนี้ผมอยากบอกว่า ผมยังคงเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ แต่สัดส่วนรายได้ ของธุรกิจส่วนตัวคือ 3 เท่าของเงินเดือนน่ะจ๊ะ คุณเองก็ทำได้ … เพราะถ้าคุณเรียนรู้การเป็นลูกน้อง วันนึงที่คุณมีลูกน้อง คุณจะเข้าใจเค้า แล้วคุณเองก็ต้องสู้ด้วยน่ะครับ
ขอขอบคุณที่มาจากคุณ : สมาชิกหมายเลข 1454335