ลดน้ำหนักอย่างไร..ไม่เหี่ยวไม่โทรม!!

advertisement
เพราะความอ้วน เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ปารถนา นอกจากจะทำให้สูญเสียความมั่นใจแล้ว ยังนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้มากมาย เป็นสาเหตุของโรคร้ายหลายชนิด หลายๆ คนจึงพยายามที่จะลดน้ำหนัก ทำทุกวิถีทาง คิดเพียงว่ายิ่งลดได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แม้ว่าน้ำหนักจะลดได้จริง แต่ก็อาจนำมาซึ่งปัญหากล้ามเนื้อและผิวหนังเหี่ยว หน้าตา ผิวพรรณดูโทรม!!! ไม่ดีแน่ค่ะ เพราะจะทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจเหมือนเดิม และสุขภาพก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ใครที่ต้องการลดน้ำหนักอยู่ในขณะนี้ Kaijeaw.com มีเคล็ดลับแนะนำค่ะ ลดน้ำหนักอย่างไร..ไม่เหี่ยวไม่โทรม!! ไปดูกัน[ads]
advertisement

ทำไมเวลาลดน้ำหนักแล้วหน้าตา ผิวพรรณดูโทรม?
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า วิธีการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือคุณต้องควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ช่วงเวลาของการลดน้ำหนักนั้นร่างกายของเราก็กำลังเร่งสลายไขมันออกมาใช้ เพื่อทดแทนกับพลังงานที่ขาดหายไปในแต่ละวันนั้น ร่างกายของเราจะมีสารอนุมูลอิสระมากขึ้นตามไปด้วย และสารอนุมูลอิสระนี่เอง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คนที่ลดน้ำหนักแล้วร่างกายจะโทรมหรือป่วยง่าย มากกว่าตอนที่เรายังไม่เข้าโปรแกรมลดน้ำหนักเสียอีก
สาเหตุที่มีอนุมูลอิสระมากขึ้น เมื่อเราเข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก
โดยปกติแล้ว คนเรากินอาหารปกติ 3 มื้อ นอกจากนั้นยังมีการกินในระหว่างวัน กินอาหาร กินนั้นนี่โน้นตลอด จนร่างกายได้พลังงานจากอาหารมากพอในแต่ละวัน ส่วนที่เหลือจะถูกแปลงเป็นไขมันสะสม และหากว่ามีเหลือมากเกินไปก็จะกลายเป็นความอ้วน แต่เมื่อเราเริ่มลดความอ้วน ด้วยการลดจำนวนอาหาร ควบคุมอาหารทุกอย่างที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อ แถมยังออกกำลังกายมากขึ้น ทำให้พลังงานที่ได้จากอาหาร ไม่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน กลไกตามธรรมชาติของร่างกายจึงต้องเริ่มดึงไขมันสะสม ออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานทดแทน การเผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงานทดแทนนั้น จะเกิดสารอนุมูลอิสระ ในขณะที่เรากินอาหารน้อยลง ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระจากอาหารในแต่ละวันน้อยลง (เพราะเราควบคุมเมนูอาหาร และปริมาณอาหารที่กินเข้าไปในแต่ละมื้อ) ดังนั้นอัตราสารต้านอนุมูลอิสระจึงมีน้อยกว่าจำนวนสารอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายของเราดูโทรมมากกว่าเวลาปกตินั้นเอง
advertisement

แก้ปัญหาสุขภาพโทรมในระหว่างลดน้ำหนัก ทำได้ดังนี้
1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น
แก้ไขง่ายๆ ให้ตรงตามจุด เมื่อเรามีสารอนุมูลอิสระมากขึ้น แต่ตัวต้านมีน้อย เราก็ต้องเพิ่มสารอาหารที่มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระเข้าไปในร่างกาย เลือกอาหารที่เหมาะสมและจำเป็นต่อร่างกาย เป็นต้นผักและผลไม้ให้มากขึ้นและหลากหลาย เพื่อเพิ่มกากใย และ เส้นใยอาหาร ช่วยทำให้ร่างกายมีการขับถ่ายที่เป็นปกติ ทำให้ขับสารพิษออกจากลำไส้
2. บริโภคไขมันให้น้อยลง
ในร่างกายของเรานั้นมีความต้องการไขมันต่อวันเพียงปริมาณน้อยนิดเท่านั้น เราจึงควรลดปริมาณการบริโภคไขมันให้น้อยลง โดยไม่ใช่การงดนะคะ เพราะไขมันยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากๆ โดยเฉพาะช่วยในการดูดซึมวิตามินบางชนิด ซึ่งควรเลือกทานไขมันดี ที่มาจากพืช เช่น ถั่ว น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น
3. รับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ
เน้นทานอาหารประเภทโปรตีน เพราะโปรตีนมีสารที่เรียกว่ากลูคาร์กอน ซึ่งทำหน้าที่ทำให้น้ำตาลในเลือดขับออกมาใช้เป็นกลูโคส และทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับอินซูลิน ที่เอาน้ำตาลในเลือดมาเป็นไขมัน ในการทานโปรตีนทำให้เราสามารถขับของเก่าออกไปได้ด้วย แหล่งของโปรตีนให้เพิ่มการรับประทานโปรตีนจากถั่ว ลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่มีไขมันแทรกเยอะ
4. ออกกำลังกายเร่งกายเผาผลาญ
ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30-45 นาที โดย 30 นาทีแรกเป็นการเร่งการเผาผลาญของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย การเร่งกระบวนการเผาผลาญมีหลายวิธี เช่น การวิ่ง การเดินเร็ว การว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิค สิ่งต่างๆ เหล่านี้เมื่อเราทำเป็นประจำจะทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น
5. ออกกำลังกายเพิ่มความกระชับไปพร้อมกัน
เช่น การออกกำลังกายที่นำท่าของการชกมวยมาประยุกต์ใช้ (Boxing), โยคะร้อน (Hot Yoga), การยกน้ำหนัก, เกร็งกล้ามเนื้อ, หรือ การฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว (Agility Workout) กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ผิวหนังกระชับ ไม่เหี่ยวย่น
advertisement

6. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
ในแต่ละวันคนเราควรดื่มน้ำให้ได้ถึงวันละ 8-10 แก้วในคนปกติ แต่ในคนอ้วน ต้องดื่มน้ำให้มากกว่านั้น เพราะว่าน้ำจะเป็นส่วนที่ทำให้ไขมันของร่างกายน้อยลง เนื่องจากน้ำจะไปทำความสะอาดอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย อีกทั้งการดื่มน้ำมากๆ จะทำให้ผิวพรรณผ่องใส ร่างกายไม่ดูโทรมอีกด้วย
7. พักผ่อนให้เพียงพอ
ช่วงเวลาของการนอนหลับ เป็นเวลาที่ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง จากความเหนื่อยล้า อวัยวะที่ทำงานหนักทุกส่วน โดยควรพักผ่อนวันละ 6-8 ชม. ต่อวัน โดยนอนก่อน 22.00 น. และตื่นแต่เช้า เพื่อให้กระบวนการดังกล่าวนั้นในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
8. รับประทานอาหารเช้าทุกวัน
มื้อเช้าสำคัญที่สุด แม้ในช่วงของการลดน้ำหนัก ควรทานให้ครบทั้ง 5 หมู่ และทานให้อิ่ม เพราะการรับประทานอาหารเช้าทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างดีและเป็นปกติ ร่างกายได้ดึงพลังงานในอาหารมาใช้ในระหว่างวัน
9. ไม่รีบเร่ง ค่อยเป็นค่อยไป
ตามธรรมชาติของคนเรา หากน้ำหนักของร่างกายเราลดลง ผิวหนังของเราจะค่อยๆ หดตัวลง เพราะชั้นไขมันใต้ผิวหนังมีปริมาณน้อยลง แต่หากว่าน้ำหนักลดเร็วเกินไปจะทำให้ผิวพรรณเหี่ยว เพราะผิวของเราหดตามไม่ทัน ดังนั้นจึงควรลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป[ads]
10. ลดความเครียด
เพราะความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนอ้วนขึ้น เนื่องจากพอเครียดแล้วเรามักจะหาอาหารใส่ปากเสมอๆ ดังนั้นเราจึงต้องไม่ทำตัวให้เครียด ซึ่งความเครียดนั้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ร่างกาย ผิวพรรณดูโทรมด้วย
สิ่งที่สำคัญที่สุดในลดน้ำหนัก ก็คือความตั้งใจจริง มีวินัย และการอดทนนะคะ เพื่อให้คุณลดน้ำหนักได้ผลดี ร่างกายไม่ทรุดโทรม ผิวหนังไม่เหี่ยวย่น มีสุขภาพที่ดี จำไว้ว่าไม่อดอาหาร แต่ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com