อุทาหรณ์!! พาลูกไปเที่ยวทะเล แล้วปล่อยให้ลูกนั่งเล่นริมหาด แต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น..ใจแทบสลาย!!

advertisement
วันนี้ Kaijeaw.com มีเรื่องราวที่อยากจะขอแชร์มาให้พ่อ-แม่ผู้ปกครองทุกท่านไว้อ่านเพื่อนเป็นอุทาหรณ์ โดยเป็นเรื่องจากคุณ st_nook สมาชิกเว็บไซต์พันทิปที่ได้เขียนเล่าว่า
อยากแชร์ประสบการณ์ เฉยๆ เผื่อมีประโยชน์ผู้ปกครองคนอื่นๆ
…..ผมและลูกชายอยู่ภูเก็ตกันครับ ปรกติวันหยุดเราก็ไปเล่นทะเลกันเป็นปรกติ ลูกผมอายุ 6 ขวบแล้วถือว่าโตและรู้เรื่องแล้ว แต่เค้าก็ยังว่ายน้ำไม่ได้นะครับ
อาทิตย์ที่ผ่านก็พาลูกไปทะเลตามปรกติครับ ไปกัน 4 คน มีเพื่อนและแฟนเพื่อนไปด้วย รอบนี้ไปเที่ยวที่จังหวัดพังงากันครับเพราะมีร้านอาหารของคนรู้จักซึ่งอยู่หน้าหาดเขาหลักเลยอยากแวะไปหาเค้า แล้วจะได้พาลูกเล่นน้ำด้วยตามปรกติ
…..ไปถึงผมก็สั่งอาหารตามที่ร้านและก็พาลูกเดินไปที่ทะเลซึ่งบริเวณนั้นมีโขดหินอยู่เยอะ และวันนี้ทะเลก็เงียบสงบดี ผมก็ปล่อยให้ลูกเล่นจับปูจับปลาตรงโขดหินไม่ไกลจากร้านแล้วก็เดินกลับมาที่ร้านอาหาร ซึ่งโต๊ะที่ผมนั่งอยู่หน้าหาดสามารถมองเห็นลูกได้และปรกติลูกผมจะไม่ลงไปเล่นทะเลนะครับ ถ้าผมไม่ลงไปด้วย
advertisement

……ผมนั่งที่โต๊ะตรงร้านอาหารซึ่งห่างจากลูกประมาณ 50 เมตร และนั่งคุยกับเพื่อนๆแต่ก็หันไปมองลูกอยู่เรื่อยๆ ซักพักก็เห็นเค้าเดินไปหลังโขดหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นเค้าได้ แต่ผมคิดว่าเค้าคงเล่นจับปูหลังหินก้อนนั้น ผ่านไปซัก 5-10นาที ผมไม่เห็นเค้าออกมาจากหลังก้อนหินซักที เลยเริ่มเป็นห่วงจึงเดินไปดูที่โขดหินปรากฏว่าเค้าไม่อยู่ตรงนั้น ตกใจมากครับ!!! [ads]
…..ผมมองไปตามแนวหาดจนสุดสายตาก็ไม่เห็นเค้า ซึ่งตอนนั้นมีฝรั่งแค่ไม่กี่คนบนหาด ซึ่งถ้าเค้าอยู่หน้าหาดคงจะมองเห็น ผมรีบหันไปทางเพื่อนที่ร้านและส่งสัญญาณว่าเค้าหายไป เพื่อนๆจึงรีบออกมาตามหา ผมรีบไต่โขดหินไปดูในทะเลคิดว่าเค้าอาจจะเผลอปีนตามไปจับปูจนพลาดตกทะเลไป แต่ก็มองไม่เห็นอะไร ผมเลยวิ่งไปถามฝรั่งที่นอนอาบแดดหน้าโรงแรมตรงกับที่เค้าเล่นว่าเห็นเค้าบ้างมั้ยก็ไม่มีใครเห็น อาจเป็นเพราะเค้าใส่เสื้อสีครีมและกางเกงดำด้วยจนดูกลมกลืนไปกับทรายและหิน จึงไม่มีใครสังเกตุเห็น
……ผมเริ่มวิ่งไปตามริมหาดและตะโกนเรียกเค้าไปเรื่อยๆ มีฝรั่ง2-3คน. เดินสวนมา ผมก็ถามว่าเห็นเด็กผู้ชายไทยเดินสวนไปบ้างหรือแต่ก็ไม่มีใครเห็น ฝรั่ง2-3 คนนั้นเค้าก็ช่วยกันตามหาครับ ตอนนั้นตื้อไปหมดเลยครับคิดไปต่างๆ นาๆ วิ่งไปหน้าหาดซัก 100 เมตรคิดว่าถ้าเค้าเดินเลาะริมหาดมาเรื่อยๆ ในเวลา 5-10 นาทีคงไม่เลยจุดแน่นี้นอน จึงตัดสินใจวิ่งกลับไปที่โขดหินซึ่งในใจก็ยังกลัวว่าเค้าจะตกน้ำ ผมวิ่งไปโขดหินเดิมที่เค้าเล่นอยู่ปีนไปริมน้ำมองหาในน้ำ คิดจะลงไปหาในน้ำแต่ก็ไม่รู้จะหาตรงใหนเพราะมองลงไปน้ำมันใสจนเห็นพื้นแต่ก็ไม่เจออะไร ตอนนั้นกลัวที่สุดครับคือเค้าตกน้ำเพราะน้องไม่มีทางว่ายน้ำได้แน่ ผมใจเสียมากเลยครับ
advertisement

…. มองหาสักพัก ได้ยินเพื่อนที่มาด้วยกันตะโกนบอกว่ามีฝรั่งบอกว่าเห็นเด็กร้องให้อยู่กับฝรั่งอีกคนไกลๆ แล้วเพื่อนผมก็รีบวิ่งไป ตอนนั้นรู้สึกมีความหวังและภาวนาให้เป็นลูกตัวเอง อีกใจก็สงสัยเค้าไปไกลขนาดนั้นเลยหรอ ผมก็รีบปีนโขดหินกลับเข้าฝั่ง มองไปไกลๆ ผมมองเห็นลูกอยู่กับเพื่อนผมและกำลังขอบคุณฝรั่งคนนั้น…. ตอนนี้ดีใจแบบบอกไม่ถูกเลยครับ [ads]
จากรูป จุด 1. คือที่ๆเค้าเล่นอยู่ครับ จุด 2. ที่เห็นผู้ชายเสื้อขาวไกลๆ ยืนอยู่คือจุดที่เจอเค้า ไกลมากครับประมาณ 250-300ม.
…..ตอนนั้นผมไมไ่ด้วิ่งหาลูกนะครับ ผมเดินบอกฝรั่งและทุกคนที่กำลังช่วยหาว่าเจอเค้าแล้วและขอบคุณพวกเค้า… ผมรู้สึกขอบคุณน้ำใจของพวกเค้าจริงๆครับ
…… เพื่อนผมบอกว่าฝรั่งที่เจอลูกผม เค้าเดินพาลูกผมมาส่ง แต่เค้าแก่มากเลยเดินมาช้าๆ เค้าเห็นผมแล้วตอนผมเดินตะโกนเรียกแต่แกแก่มากพยายามตะโกนเรียกผมแต่ผมอยู่ไกลจากแกมากและแกตะโกนผมก็ไม่ได้ยิน แกเลยจูงลูกผมมาส่งแต่แกก็เดินมาได้ช้าๆ ผมยังเสียดายอยู่เลยไม่ได้เข้าไปขอบคุณแกมัวแต่ดีใจที่เห็นลูกและขอบคุณคนที่ช่วยกันหาอยู่เพราะผมรู้สึกเกรงใจที่ทำให้เค้าตกใจกัน
……ผมรอเค้าหยุดร้องและถามเค้าครับว่าเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงไปไกลขนาดนั้นในเวลาเพียงแปปเดียว
……เค้าบอกว่าเค้าเดินก้มหน้าจับวิ่งตามปูริมหาดพอเงยหน้าขึ้นก็มาเห็นโขดหินอยู่ไกลมาก…… (เค้าเข้าใจว่าโขดหินอีกอันไกลๆที่เงยหน้ามาเห็นเป็นโขดหินอันเค้าที่เค้าเล่นอยู่ แต่จริงๆมันอยู่ข้างหลังเค้า) เค้าตกใจเลยรีบวิ่งไปที่โขดหินไกลๆ นั่น (เป็นเหตุผลที่เค้าวิ่งไปไกลมาก) เพราะเค้าจำได้ว่าร้านอาหารอยู่ตรงข้ามกับโขดหิน พอไปถึงก็หาร้านไม่เจอเลยร้องให้ จากนั่นมีฝรั่งแก่ๆ เดินมาหาเค้าพยายามคุยแต่เค้าฟังไม่รู้เรื่อง และฝรั่งก็เรียกคนไทยอีกคนมาช่วยคุย เค้าก็บอกเค้าฟังคนไทยไม่ออกคุยกันไม่รู้เรื่อง อาจเป็นเพราะเค้ากำลังตกใจครับ
…… ผมจำได้ว่า เวลา 10 นาทีที่ผมวิ่งหาลูกนั่นมันยาวนานมาก ผมคิดแต่เรื่องๆร้ายๆ ที่มีโอกาศเกิดขึ้นกับลูกผมมากมาย ทั้งๆที่ตอนปล่อยเค้าไว้เรากลับไม่ได้คิดเลย อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าเราไม่ควรประมาทไม่ว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆ และควรคิดให้รอบคอบก่อนที่มันจะเกิดปัญหาขึ้นมา
เป็นเรื่องราวที่ผู้ปกครองทุกท่านควรอ่าน และ เก็บไว้เป็นอุทาหรณ์ บอกเลยว่าอันตราย หรืออะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอนะคะ
ขอขอบคุณที่มาจาก : st_nook