แชร์ประสบการณ์!! หนุ่มน้ำหนัก 97 กก. พยายามลดน้ำหนักไม่ถึงปี เหลือ 69 กก. ใครท้อต้องอ่านเป็นกำลังใจ

advertisement
หลายคนกำลังพยายามที่จะลดน้ำหนักกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การควบคุมเรื่องอาหารการกิน ต่างๆ นาๆ เเต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกหรือยังไม่มีกำลังใจในการลดน้ำหนัก ลดยังไงก็ไม่ลงสักที วันนี้ Kaijeaw.com จะพาไปดูประการณ์การลดน้ำหนักของสมาชิกพันทิปหมายเลข 3940268 ที่ได้มาเเชร์ประสบการณ์ลดความอ้วน จาก 97 เหลือ 69 ไม่ถึงปี จะเป็นอย่างไรนั้นตามไปดูกันเลยครับ
advertisement

สวัสดีทุกคน เราชื่อปาล์ม อายุ 25 สูงประมาณ 177 cm น้ำหนัก 69 kg บอกก่อนว่าเราเป็นคนกระดูกใหญ่ โครงใหญ่ วันนี้เราไม่ได้จะมารีวิวยาลดความอ้วน หรือ การออกกำลังกายอย่างถูกต้องใด ๆ ทั้งสิ้น เราแค่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์ในการลดน้ำหนักของเรา แค่อยากจะให้กำลังใจกับคนที่พยายามจะลดน้ำหนักแต่ก็รู้สึกท้อ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าไม่ได้มีเจตนาจะโชว์หรืออะไรเลยนะ (เพราะไม่มีอะไรให้โชว์ 555) เอาจริงการมาพูดรีวิวอะไรแบบบนี้ ส่วนตัวไม่เคยคิดจะทำเลย แต่คนรอบข้างก็บอกอยู่บ่อย ๆ ว่าให้เราทำ Before – After สิ เราก็เลยอ่ะ ลองดูก็ได้ แต่ขีดเส้นใต้ไว้ตรงนี้เลยนะว่า การออกกำลังกายแบบที่เราทำ ไม่ได้ถูกต้องตามหลักอะไรขนาดนั้นหรอกนะ ละก็โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ 555
พีคสุด 97 กิโลกรัม
advertisement

ปัจจุบัน 69 กิโลกรัม
advertisement

อ่ะมาเริ่มกันเลย ถ้าถามว่าโดยปกติแล้วนิสัยในการกินเป็นยังไง ก็ต้องบอกเลยว่า เป็นคนที่ Say " YES " กับเรื่องกินมาก ใครชวนไปกินอะไรที่ไหนคือไป ลุย อาหารที่ชอบที่สุดก็จำพวกของทอดตั่งต่าง ๆ ขนมหวาน น้ำหวาน ฯลฯ ซึ่งตลอดทั้งชีวิตคือไม่มีวันไหนที่กินน้อยเลย กินข้าวทีคืออย่างน้อย 2 จานตลอด ละก็กินจุกจิกตลอดทั้งวัน ไม่ออกกำลังกาย อาจจะมีเล่นวอลเลย์บ้าง แต่ก็ขำ ๆ เล่นเสร็จก็กินแหลก บางครั้ง 4 – 5 ทุ่ม ยังออกไปนั่งกินโรตี ขนมปังปิ้งอยู่เลย บิงซู ขนมเค้กตั่งต่าง อาหารที่มีชีสคือที่สุด
และที่สำคัญคือ บุฟเฟต์! เอาง่าย ๆ คืออย่างน้อยต้องเดือนละครั้งอ่ะ ละกินชนะเลิศตลอด น้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 97 กิโลกรัม แต่เอาจริง ๆ ไม่มีใครคิดเลยว่าน้ำหนักเราจะถึง 97 กิโล มีแต่คนคิดว่าอยู่ที่ราว ๆ 80+ มาตลอด ซ่อนรูปหรอ 55555
ทีนี้มาพูดถึงแรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักกันบ้าง อันนี้คือมีคนถามเยอะที่สุดเลยว่าอะไรคือแรงบันดาลใจทำให้เริ่มลดน้ำหนัก ทุกคนถามว่าเพราะอกหักหรอ ? คำตอบคือ ไม่ได้อกหักโว้ยยยยย ไม่เกี่ยว อกหักหรอ แ_ก เยอะกว่าเดิมอีก ประชดชีวิต 555555555
อ่ะก็จะพูดอย่างไม่อายเลยนะ แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักคือ…
“ จะไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต แล้วกลัวถ่ายรูปไม่สวย ” นี่แหละครับท่านผู้ชม เพราะเหตุผลนี้เท่านั้นจริง ๆ คือตอนนั้นประมาณเดือน ธันวาคม 2016 ก็เห็นมีตั๋วไปสิงคโปร์ราคาไม่แพงงี้ ก็เลยตัดสินใจจองตั๋วไป นี่แหละคือจุดเริ่มต้น แต่กว่าจะบินก็ราว ๆ เดือนเมษายนนู่น ซึ่งก็หมายความว่ามีเวลาในการลดน้ำหนักประมาณ 3 เดือน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะผลัดวันประกันพรุ่งอยู่นั่นแหละ ผลัดไปผลัดมา อ่าวหมดเดือนกุมภาฯ ละยังไม่ได้เริ่มลดน้ำหนักอะไรเลย ทีนี้เหลือเดือนมีนาอีกเดือนเดียว ก็เลยตัดสินใจ แข็งใจ เอาวะ! ลองดูสักตั้ง ก็เริ่มทำการลดน้ำหนักตั้งแต่ต้นเดือนมีนา 2016[ads]
เดือนธันวา / December 2016
advertisement

– –
advertisement

เดือนเมษา / April 2017
advertisement

– –
advertisement

เดือนพฤษภา / May 2017
– –
advertisement

เดือนมิถุนา / June 2017
– –
advertisement

เดือนกรกฎา / July 2017
– –
advertisement

เดือนสิงหา / August 2017
– –
เดือนกันยา / September 2017
– -[ads2]– –
เดือนตุลา / October 2017
– – – –
เดือนพฤศจิกา / November 2017
– –– –
– –
เดือนธันวา / December 2017
– –
เดือนมกรา / January 2018
– -[ads3]
เดือนกุมภา / Febuary 2018
– –
ถามว่าเราลดน้ำหนักยังไง ? ตอบเลยเราวิ่ง วิ่งเท่านั้น! ไม่เคยออกกำลังกายด้วยการวิ่งมาตลอดเลยทั้งชีวิต วันแรกที่ไปวิ่งคือทรมานมาก เหนื่อยมาก วิ่งไม่ไหว เราไปวิ่งที่สวนลุมฯ ช่วงแรก ๆ ก็วิ่ง ๆ เดิน ๆ ให้มันครบ 2 รอบ (ประมาณ 5 กิโลเมตร)
Week 1 ไปวิ่งแบบวันเว้นวัน สักพักร่างกายก็เริ่มรู้สึกชิน
Week 2 ก็ไปวิ่งทุกวันเลย หลักจากเลิกงาน ก็ไม่ได้วิ่งเยอะอะไรนะ รอบครึ่งบ้าง 2 รอบบ้าง แต่พยายามไม่ให้ต่ำกว่า 1 รอบละก็พยายามไปทุกวัน
Week 3-4 ทีนี้ติดใจรู้สึกเฟรช คราวนี้วิ่งทั้งเช้าทั้งเย็นเลยล่ะ เช้า 30 นาที เย็น 30 นาที
หนึ่งเดือนผ่านไปน้ำหนักลดลงไป 5 กิโลกรัม ตอนนั้นรู้สึกฟินมากเพราะกางเกงที่เคยใส่คือเริ่มหลวม ตอนไปสิงค์โปร์นั้นคือรู้สึกดีมาก คือตอนนั้นมันรู้สึกว่า ฉันโอเคแล้วเงี้ย ฉันดูดีแล้ว คือเพื่อนที่สิงค์ฯ ก็ทักว่าแบบ ยูไปทำอะไรผอมลงไปเยอะเลยนะ เอาจริงก็ต้องดีใจแหละ 555 ทีนี้หลังจากกลับมาล่ะ รู้สึกว่าตัวเองเสพติด!!! ถ้าวันไหนก็ไม่ได้ออกกำลังกายก็จะรู้สึกกระวนกระวาย ไม่สบายตัว หลังจากนั้นก็ continued วิ่งมาตลอดเลยจ้าฃ
ช่วงแรกก็วิ่งเหมือนเดิมคือเช้ากับเย็น แต่สักพักเริ่มรู้สึกเหนื่อยเกินไป เวลาไปทำงานก็จะง่วงนอนบ่อย ๆ (เพราะตอนเช้าคือตื่นไปวิ่งเช้ามาก ประมาณตี 5 ) วิ่งแบบนี้ได้ไม่ได้นาน ก็ลดเหลือแค่วิ่งตอนเย็น แต่พยายามไปทุกวัน วิ่ง 2 รอบสวนลุมเท่าเดิม ใช้เวลาประมาณ 40-45 นาที ถ้าวันไหนรู้สึกกินเยอะมาก ๆ ก็จะชดเชยวิ่งเป็น 3 รอบ ทำแบบนี้มาตลอดเลย 5 – 6 เดือน น้ำหนักก็ลดลงเรื่อย ๆ ไซส์ก็ลดลงเรื่อย ๆ เอาจริงช่วงนั้นมันลงเร็วมาก จนคนรอบตัวก็แอบช็อคว่าทำไมลดได้เร็วแบบนี้ ทีนี้หลังจากเดือนตุลาคมก็วิ่งน้อยเหลือ อาทิตย์ละ 3-4 ครั้งเท่านั้น เดือนพฤศจิกานี่หนักมาก เหลือ 2- 3 ครั้ง เดือนธันวานี่พังสุด งานเยอะมาก เหลือแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง แต่อาหารก็ยังควบคุมอยู่ตลอดนะ ไม่ตามใจปากแล้ว
อ่ะทีนี้มาเรื่องกินกันบ้าง ถามว่าช่วงลดน้ำหนักเรากินยังไง ? ตอบเลย กินปกติเหมือนคนปกติ ไม่อด ไม่งด แต่ลด! เรากินข้าว 3 มื้อเหมือนเดิมเลยแต่คือกินจานเดียวเท่านั้นละก็ต้องไม่มาก ส่วนเรื่องขนมและน้ำหวานนี่ค่อนข้างหักดิบเลยนะ ระหว่างวันไม่กินจุกจิกเลย หิวหรอ กินน้ำเปล่าเท่านั้น ตอนเย็นบางวันจะกินแค่สลัด แต่ช่วงนั้นก็จะมี Cheat day บ้างนะอาทิตย์ละวันก็จะไปกินบุฟฯ บ้าง (แต่ก็กินได้ไม่เยอะเท่าเดิม) กินของหวานบ้าง ฯลฯ ก็ทำแบบนี้มาตลอดที่ลดความอ้วนเลย จะเห็นว่าเราไม่ได้กินอาหารสุขภาพอะไรเลยนะ แบบอกไก่ต้ม ไข่ต้ม ผักต้ม ไรเงี้ย ไม่มี! กินอาหารปกติตามที่เคยกินเลย อาหารมีกะทิก็กิน ไก่ทอดอาหารโปรดก็ยังกินบ้างนิดหน่อย แต่จะเลี่ยงการกินหนังไก่ เรากินผักมากขึ้น ละก็ข้าวก็พยายามกินข้าวกล้อง มีหลาย ๆ คนถามว่าเราอดข้าวหรอ ไม่กินข้าวเย็นหรอ ตอบเลยว่าไม่จริงนะ กินตามปกติเลยครับ แต่มาช่วง 2 อาทิตย์ก่อนนี่เพิ่งจะมาเริ่มกินคลีนมากขึ้น แบบพยายามไม่กินอาหารมัน ๆ กินข้าวโอ๊ต ไข่ต้ม อกไก่ต้ม ส้มตำ เย็นก็สลัดทูน่าน้ำสลัดน้ำใส ขนมปังก็กินแบบโฮลวีท ช่วงนี้ไม่ได้วิ่งแล้ว แต่ก็มีเต้น T25 บ้างบางวัน เออแล้วที่สำคัญ เราไม่ได้กินยาลดความอ้วนใด ๆ เลยนะ 555
เอาจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลดน้ำหนักคือ การคุมอาหารนะ อาหาร 70 % ส่วนออกกำลังกายแค่ 30 % และออกกำลังกายก็ต้องทำทั้ง Cadio ละก็ Weight Training ไปพร้อม ๆ กัน แต่เราไม่ได้ Weight เลย Cadio ล้วน ๆ 5555
จะเห็นว่าช่วงแรกเราออกกำลังกายไป 70 % แต่ไม่ได้คุมอาหารขนาดนั้น เลยบอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่า วิธีที่เราทำไม่ใช้วิธีที่ถูกต้องซะทีเดียว ดังนั้นวันนี้เลยไม่ได้มาแนะนำให้ทำตามรา แค่แชร์ให้ฟังเฉย ๆ เอาจริงเห็นเราผอมแบบนี้ ซ่อนรูปนะ ทุกคนเห็นละบอก โอ้ยไม่มีพุงเหลือแล้ว แต่จริง ๆ คือข้างในย้วยอยู่นิดหน่อย เพราะไม่ได้ Weight ดังนั้นใครจะลดความอ้วน ก็อย่าลืม Weight ด้วยเด้อ 5555
สุดท้ายใครที่กำลังลดน้ำหนักแล้วเกิดรู้สึกท้อ หรือ ใครที่กำลังคิดจะลดน้ำหนักนะ ลองหาแรงบันดาลใจดู เอาจริงมันช่วยได้ ละเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนด้วย ลองสู้ดูสักตั้ง แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยน จากสื้อไซส์ 2XL ตอนนี้เหลือ M,L ละ ส่วนจากกางเกงเคยใส่ 38 ตอนนี้เหลือ 30
เรียบเรียงโดย : Kaijeaw.com ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาชิกพันทิปหมายเลข 3940268