10 วิธีช่วยสมองรับมือ..เมื่อเจองานหนัก!!

advertisement
เป็นเรื่องจริงที่คนหลายๆ คน ใช้เวลาส่วนมากอยู่กับการทำงาน ดังนั้นถ้าหากทำงานแล้วไม่มีความสุข ชีวิตก็คงไม่มีความสุขตามไปด้วย แต่เป็นเรื่องจริงที่เราจะมีความสุขได้กับการทำงาน เราก็จำเป็นจะต้องทำให้งานออกมาดี ในเวลาเดียวกันงานที่มีก็มักจะมีปัญหาและอุปสรรคตลอดเลยใช่มั้ยคะ การทำงานที่ขาดการร่วมมือในทีม งานที่ถูกเร่งจนขาดความสมบูรณ์ งานที่ยากและหนัก งานที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกำหนดและวางแผนให้งานเหล่านี้ดีขึ้นได้ ด้วยสมองของคุณเอง วันนี้ Kaijeaw.com จึงมี 10 วิธีช่วยสมองรับมือ.. เมื่อเจองานหนัก มาฝากคนทำงานกันค่ะ[ads][fb1]
advertisement

1. ให้กำลังใจแก่ตัวเอง เชื่อว่าตัวเองนั้นสามารถผ่านงานที่ยุ่งยากมีมากมายกองเท่าภูเขานี้ไปให้ได้ การสร้างกำลังใจที่ดีให้แก่ตัวคุณให้รู้สึกฮึดสู้ เพราะคุณก็ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ต้องทำงานหนักและมีความเครียด ลองหันมองไปรอบๆ ตัวดูสิคะ แล้วจะพบว่าหลายๆ คนที่คุณเห็นก็กำลังมรปัญหาเช่นกันไม่มากก็น้อยแหละนะ
2. การวางแผน เริ่มต้นด้วยการจัดการเรียงลำดับความสำคัญของงาน เริ่มต้นจากการวินิจฉัยว่า งานที่ทำเป็นงานที่สามารถทำได้คนเดียว หรือต้องทำร่วมกันเป็นทีม ถ้าเป็นงานที่ทำได้คนเดียว การวางแผน และจัดลำดับความสำคัญ อาจสับสนวุ่นวายในช่วงแรกๆ แต่เมื่อทุกอย่างลงตัว งานของคุณก็จะดีและง่ายขึ้น
3. ดูแลตัวเอง เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ไม่ใช่เครื่องจักร ที่จะสามารถทำงานได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงควรเรียนรู้ที่จะดูแลตนเอง เรียนรู้จังหวะของชีวิต หาเวลาสักนิดในการออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือพักผ่อนร่างกายบ้าง เพราะว่าการได้ดูแลตัวเองด้วยวิธีการเหล่านี้ ก็จะเป็นเหมือนการทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง และเพิ่มพลังกาย กำลังสมองในการทำงานให้กับตัวคุณเองได้
advertisement

4. นวดใบหูกระตุ้นความเข้าใจ นั่งพักสบายๆ แตะปลายนิ้วทั้งสองข้างที่ใบหู เคลื่อนนิ้วไปยังส่วนบนของหู จากนั้นบีบนวดและคลี่รอยพับของใบหูทั้งสองข้างออก ค่อยๆ เคลื่อนนิ้วลงมานวดบริเวณอื่นๆ ของใบหู ดึงเบาๆ เมื่อถึงติ่งหู ดึงลง ให้ทำซ้ำกัน 2 ครั้ง วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นการได้ยิน และทำให้ความเข้าใจดีขึ้น เพราะเป็นการคลายเส้นประสาทบริเวณใบหูที่เชื่อมสมอง
5. ใช้แผนภูมิภาพเป็นเครื่องมือสื่อสาร ในยุคที่ต้องการความรวดเร็ว ฝึกฝนให้มีทักษะการเขียนและการคิดโดยใช้แผนภูมิภาพ การนำเสนองานที่ต้องทำบ่อยๆ เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น เพราะสมองซีกซ้ายเหมือนกับการคิดแบบ Word Processor คือต้องเสียเวลาทำความเข้าใจ ในขณะที่สมองซีกขวาเหมือนกับการคิดแบบ Power Point คือ ใช้เวลาน้อยก็ทำความเข้าใจได้ สมองซีกขวาจะมีความเร็ว และความชำนาญในเรื่องของประสาทสัมผัสหรือประกายความคิด ดังนั้น หากได้ใช้สมองซีกขวามากๆ ก็จะทำให้ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เพิ่มสูงมากขึ้นด้วย ความคิดของสมองซีกขวา มักจะใช้แผนภูมิในการถ่ายทอด หรือในการคิด
6. สู้กับปัญหาและอุปสรรค สร้างโอกาสในการเรียนรู้ คุณรู้หรือไม่ว่างานที่ยาก เป็นงานที่ท้าทายความสามารถของคุณ และกำลังสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับตัวคุณเอง เมื่อคุณค่อยๆ เรียนรู้ปัญหาและทางแก้ไขได้ แล้วคุณจะพบว่าคุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน ต่อไปเมื่อค้องเจอกับงานยากอย่างไร คุณก็จะผ่านมันไปได้ เพราะคุณเคยผ่านมันมาแล้ว
7. อย่าเคยชินกับสภาพปัจจุบัน จงคิดริเริ่ม ความสร้างสรรค์ต่างๆ ด้วยตัวเองทุกวัน ที่จะขยายขอบข่ายงานให้กว้างขึ้น เพื่อกลยุทธ์การเติบโต ให้มีเวลาทองที่ทำงานได้ด้วยความคึกคักและมีประสิทธิผล ต้องเพิ่มเวลาที่สามารถทำงานด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มให้มากขึ้น คนที่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาในการทำงานได้ จะเป็นคนที่บริหารเวลาเก่ง
8. กำหนดขอบเขตที่ตัวเองชำนาญ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ(Professional) หมายถึง คนที่สามารถมีความรับผิดชอบต่อเรื่อง QCD : คุณภาพ ต้นทุน และระยะเวลาส่งมอบงาน และเป็นคนที่ สามารถมอบหมายงานให้ทำได้ด้วยความสบายใจ สามารถสร้าง output ได้มากกว่าที่ผู้มอบหมายคาดหวัง จงเป็นบุคลากรที่จะถูกนึกถึง (ไว้วางใจได้) เป็นคนแรกเสมอ "Top of Mind"
advertisement

9. หล่อเลี้ยงสมองด้วยการดื่มน้ำให้มากพอ ลองวางขวดน้ำไว้ใกล้ๆ โต๊ะของคุณเป็นประจำ และคอยจิบทีละน้อย วิธีนี้จะช่วยให้จิตใจและร่างกายของคุณตื่นตัวตลอดเวลา สมองเปิดว่าง สามารถรับสารหรือข้อมูลได้ดี เพราะน้ำจะช่วยปรับสารเคมีที่สำคัญในสมองและระบบประสาท ถ้าเวลาที่รู้สึกเครียด จึงควรจิบน้ำเพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำเพื่อไปหล่อเลี้ยงระบบของร่างกาย
10. ฝึกสมาธิ สามารถทำได้โดยเลือกนั่งสมาธิตอนเช้าหรือก่อนนอนวันละประมาณ 15 นาที เพื่อให้สมองผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง ส่วนอีกวิธีหนึ่งที่นักวิทยาศาสตร์แนะนำคือ ให้เดินเท้าเปล่าบนพื้นผิวที่ขรุขระเพื่อเสริมสมาธิ อย่างเช่นเดินบนพื้นกรวด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ระบบหูชั้นในทำงานดีขึ้น เมื่อระบบดังกล่าวทำงานดีแล้วจะช่วยทำให้สมดุลของร่างกายดีตามไปด้วย[yengo][fb2]
หากว่าคุณกำลังพบเจอกับปัญหางานหนัก ที่แสนจะยุ่งเหยิง เป็นกังวลใจ ที่ทำให้สมองของคุณต้องทำงานหนัก จะรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อย่าปล่อยเฉยเลยนะคะ เพราะอย่างไรก็ตามแต่เมื่อมีงานเราก็ต้องทำ มีปัญหาก็ต้องแก้ไข ลองนำเคล็ดลับวิธีการที่เราแนะนำไปลองใช้กัน ได้ผลอย่างไรแล้วล่ะก็ อย่าลืมบอกเพื่อนคุณด้วยนะคะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com