10 วิธีลดค่าใช้จ่าย..ฉบับมนุษย์เงินเดือน

advertisement
ได้ชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนแล้ว ก็ทำให้เราเข้าใจได้ว่าต้องทำงานเพื่อที่จะได้รับเงินเดือน เงินเดือนที่ได้รับนั้นก็เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้าง ซึ่งก็มีจำนวนจำกัดตามนั้น แต่ปัญหาที่มนุษย์เงินเดือนจะต้องพบเจอกันอยู่เสมอก็คือเรื่องค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้น มักจะมากกว่ารายรับหรือเงินเดือนนั่นเองค่ะ ทำให้หลายคนเป็นแยู่อย่างขัดสน คุณภาพชีวิตต่ำลง หรืออาจมีปัญหาหนี้สินตามมารุมเร้าอีกมากมาย จะมีวิธีการทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหานี้ของมนุษย์เงินเดือนได้ วันนี้ Kaijeaw.com จึงมี 10 วิธีลดค่าใช้จ่าย..ฉบับมนุษย์เงินเดือน มาฝากกัน ใครเป็นมนุษย์เงินห้ามพลาดค่ะ
advertisement

1. ทำข้าวกล่องมาทานที่ทำงาน การทานอาหารนอกบ้านยิ่งบ่อยยิ่งสิ้นเปลืองค่ะ ยิ่งถ้าหากว่าใครที่ทำงานในย่านธุรกิจ ย่อมมีค่าครองชีพสูงมาก ถ้าหากว่าต้องซื้อทานข้าวเที่ยงทานทุกวัน หรือบางคนก็ทานข้าวเช้าไม่ทันก็ต้องมาหาซื้อทานอีก สิ้นเปลืองเงินไปมากเลยทีเดียว ดังนั้นจะเป็นการดีแค่ไหนนะ ถ้าคุณจะห่อข้าวกล่องจากที่บ้านมาทานที่ที่ทำงานเป็นประจำ
2. เตรียมกระปุกออมสินมาวางไว้ตามที่ๆ ต่างๆ เช่นโต๊ะทำงาน ข้างเครื่องคอมพิวเตอร์ บนหัวเตียง อาจจะหลายๆ กระปุกกระจายกันไป จะเลือกเอาที่ใดที่หนึ่ง เพื่อเป็นการฝึกนิสัยการออม เพื่อจะได้ไม่ลืมใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยและหยอดออมสินทุกครั้งที่มีเงินเหลือ สิ้นเดือนมาหากจะลองแคะกระปุกมาดู น่าจะมีมากพอได้จ่ายค่าน้ำค่าไฟก็เป็นได้นะคะ
3. ลดความถี่ในการเดินช็อปปิ้งลง ไม่ว่าจะไปเดินตลาดนัด ตลาดคลองถมที่มีแต่ของถูกๆ ขาย หรือเดินห้างสรรพสินค้า เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเพิ่มโอกาสในการใช้จ่ายแบบไม่ได้วางแผนมาก่อน และมักทำให้เกิดความอยากได้อยากซื้อของเยอะแยะมากมายโดยไม่จำเป็น บางครั้งแม้ไม่มีอะไรที่อยากได้เลย แต่เดินไปเดินมาก็ได้ของติดไม้ติดมือมาซะงั้น ดังนั้นเราต้องแก้ที่ต้นเหตุ ความอยากในการชอปปิ้งก็จะลดลงตามลงมา เหมือนกับสโลแกนที่ว่า “ไม่เห็น ไม่ซื้อ” นั่นเองค่ะ [ads]
4. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟตามแฟชั่นหรือติดแบรนด์ บางคนติดนิสัยเช้ามาต้องกาแฟ 1 แก้ว บ่ายๆ แก้ง่วงด้วยกาแฟมอคค่า หรือคาปูชิโน่ อีกสักแก้ว เดินถือแก้วกาแฟแบรนด์ดังโชว์รสนิยม ไม่มีประโยชน์เลยนะคะเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ กาแฟแก้วละร้อยกว่า วันนึงดื่ม 2 แก้ว 200 กว่าบาท ไม่รวมถึงขนมขบเคี้ยว ผลไม้ และอาหารจุกจิกต่างๆ ที่ทานกันตอนพักในระหว่างการทำงานอีก ดังนั้นลองหากาแฟบ้านๆ ราคาถูกแต่รสชาติดีมาดื่มดีกว่าคะ
5. ตรวจสอบแพ็คเกจโทรศัพท์, เคเบิล สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนหรือคนที่ใช้โทรศัพท์แบบรายเดือน ลองคิดคำนวนดูค่ะว่าการใช้โทรศัพท์ของเรากับเงินที่ต้องจ่ายนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ และหากเปลี่ยนแพ็คเกจเป็นแบบที่ถูกลงได้ก็จะดีมากเลยทีเดียว นอกจากแพ็คเกจโทรศัพท์ที่ต้องตรวจสอบให้ดีแล้ว อย่าลืมดูแพ็คเกจเคเบิ้ลทีวีที่บ้านด้วย หากคุณไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากเคเบิ้ลทีวีเท่าไรนัก ดูก็แต่ช่องพื้นๆ ทั่วไป แบบนี้ลดแพ็คเกจมาเป็นแบบธรรมดาดีกว่า
6. ลดงานปาร์ตี้ สังสรรค์ต่างๆ ศุกร์แฮงค์เอ้าท์ เสาร์ปาร์ตี้ อาทิตย์นี้ขอถอน บางคนใช้ชีวิตแบบนี้เป็นกิจวัตรทุกสัปดาห์ อันเป็นสาเหตุทำให้เงินในกระเป๋าหายไปอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่ค่ากินค่าเที่ยวเท่านั้น ยังต้องสวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นตามกระแสต่างๆ ด้วย ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ต้องลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ลงไปบ้าง
7. ใช้บริการรถสาธารณะให้มากกว่ารถยนต์ส่วนตัว พยายามหาบริการรถสาธารณะ ที่สอดคล้องกับเส้นทางการเดินทางของตัวคุณ แต่หากอยู่นอกเมืองที่การเดินทางค่อนข้างต้องพึ่งตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ลองเลือกใช้รถยนต์ขนาดเล็กแบบอีโคคาร์ รถจักรยาน หรือจักรยานยนต์ที่ประหยัดค่าน้ำมันไปได้อีกนิดก็ดี
8. ออกกำลังกายได้แบบไม่ต้องเสียค่าบริการฟิตเนส หลายๆ คนมีทัศนะคติที่ถ้าหากจะออกกำลังกายต้องเข้าฟิตเนสเท่านั้น ต้องจ้างเทรนเนอร์มาคอยสอนอีกด้วย ซึ่งอันที่จริงแล้วแค่เราออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้าน หรือใช้บริการเครื่องเล่นที่สวนสาธารณะก็ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างกันเท่าไร เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่ความตั้งใจของเราเอง [ads]
9. ใช้บัตรเครดิตแต่ที่พอดี รู้กันดีอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นไม่ใช่ถูกๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจรูดบัตรชำระสินค้าอะไร ต้องมีการลองคำนวณเงินในบัญชีของตัวเองอย่างถี่ถ้วนเสียก่อน โดยเฉพาะถ้าของที่รูดซื้ออยู่ไม่ได้มีความจำเป็นต่อชีวิตเท่าไร ก็ไม่ควรใช้ค่ะ เอาเท่าที่จำเป็นจริงๆ เสียจะดีกว่า
10. สร้างเงินที่มีให้งอกเงย เงินของเราไม่ควรที่จะแช่อยู่ในธนาคารเพียงอย่างเดียว เราควรจะหารูปแบบการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหุ้น ลงทุนในกองทุนรวม หรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้เพื่อปล่อยให้เช่า เป็นต้น ที่สำคัญก่อนที่จะไปลงทุนอะไรก็ตามแต่ ควรจะศึกษาข้อมูลการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วน ศึกษาข้อดีและข้อเสียจากการลงทุนให้มากๆ ประเมินความเสี่ยงว่ามากน้อยแค่ไหน
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การทำงานของตัวเองให้ดี รับผิดชอบหน้าที่ให้ถูกต้อง และสร้างประสบการณ์ให้ก้าวหน้าแก่ตนเอง เพื่อให้มีความสุขในชีวิต ต้องรู้จักการบริหารการใช้เงินของตนเอง พร้อมๆ กับเรียนรู้หลักดำเนินชีวิตที่เรียกว่า "เศรษฐกิจพอเพียง" ตามแนวทางที่ในหลวงของเราทรงย้ำเตือนคนไทยมากว่าหลายปี เป็นสิ่งที่ทุกคนควรอย่างยิ่งที่จะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com