พ่อเด็ก ป.1 กลุ้ม การบ้านลูกยากเกินวัย ลูก 7 ขวบ กดดันจนร้องไห้

advertisement
ทางเพจ เฟซบุ๊ก Drama-addict ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวกลุ้มใจของคุณพ่อท่านหนึ่ง ที่ส่งเรื่องราวมาเล่าถึงเนื้อหาหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ดูยากเกินไปสำหรับเด็ก โดยจากโพสต์นั้นได้ระบุรายละเอียดว่า
advertisement

ประเด็นน่าสนใจ คุณพ่อท่านนึงฝากมาดังนี้ จ่าครับผมขออนุญาตรบกวนจ่าช่วยเป็นกระบอกเสียงส่งต่อเรื่องเนื้อหาหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป1 ด้วยครับ คือในเล่มนี้มีการเรียนเรื่องการแก้สมการหาค่าตัวแปรไม่ทราบค่ากันแล้วครับ ผมได้ไปคุยกับ ผอ.โรงเรียนแล้วแกก็พูดดีบอกว่าจะไปคุยในที่ประชุมจังหวัดให้ครับ
advertisement

ด้วยเรื่องที่กระเป๋าเด็กหนัก รร เลยให้เด็กเอาหนังสือไว้ในโต๊ะที่ รร ลูกผมป่วยเลยต้องเอามาทำที่บ้าน ลูกผมแค่เปิดมาก็ร้องไห้แล้ว เพราะว่าเค้าทำไม่ได้ แล้วคงจะกดดันมาก มันส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจเด็กมากเลยครับ
advertisement

ผมเข้าใจทาง รร และครูนะครับว่ามันเป็นเรื่องนโยบาย แต่อยากให้คนที่สร้างตำราเล่มนี้รู้ว่าเนื้อหามันซับซ้อนกว่าสมองเด็ก 7 ขวบ จากที่เราจะได้เด็กที่เก่ง เราจะกลายเป็นเด็กที่เกลียดคณิตศาสตร์แทนครับ
advertisement

พอลองไปหาข้อสอบคณิตศาสตร์ของ ป.1 มาดู ก็เหมือนว่าเขาจะใช้เกณฑ์ตามตำรานี้ในการสอบวัดความรู้คณิตเด็ก ป.1 จริงๆแฮะ เท่าที่จ่าจำได้สมัยประถม กว่าจะเรียนเรื่องการหาตัวแปรไม่ทราบค่านี่ แถวๆ ป3-4 เด็กสมัยนี้เรียนไวจัง พ่อแม่พี่น้องคิดเห็นยังไงมั่งครับ
advertisement

อันนี้คือการบ้านที่เด็ก ป.1 ต้องทำซึ่งพ่อมองว่ามันค่อนข้างยากเกินไปสำหรับเด็ก 7 ขวบ
advertisement

“ป.1 ประเทศที่มีนักวิทยาศาสตร์ได้รับรางวัลโนเบล กันมาก ๆ คงไม่มีแบบนี้แน่ ชนชาติที่ได้รับรางวัลโนเบลมากอันดับ 1 คือ ชาวอเมริกัน 376 คน ส่วนใหญ่เป็นรางวัลในสาขาการแพทย์ อันดับ 2 คือ ชาวสหราชอาณาจักร 127 คน ส่วนใหญ่เป็นรางวัลในสาขาการแพทย์และเคมี อันดับ 3 คือ ชาวเยอรมัน เคยได้รับรางวัล 109 คน ส่วนใหญ่เป็นรางวัลในสาขาเคมี”
advertisement

“เริ่มเรียนแบบนี้ตั้งแต่อนุบาล3 แล้ว แต่มันจะเป็นโจทย์ง่ายๆพอทำซ้ำเด็กจะทำได้เอง เด็ก 7 ขวบเองก็ควรจะนับเลขไปข้างหน้าหรือย้อนกลับให้ได้นะคะคุณพ่อ”
“ไม่ค่อยยากนะคะ เหมือนบวกลบเลข เดี๋ยวนี้เด็กอนุบาลบวกลบเลขเป็นกันแล้วค่ะ เดี๋ยวนี้พ่อแม่ต้องช่วยสอนลูกที่บ้านอีกแรงค่ะ ถ้าลูกเรียนที่โรงเรียนแล้วยังไม่รู้เรื่อง เราก็ต้องช่วยอธิบายให้ลูกเข้าใจให้ได้ค่ะ ได้ไม่ต้องเสียเงินไปเรียนพิเศษด้วย เรื่องบวกลบ สอนนับนิ้วไปก่อนก็ได้ค่ะ คล่องค่อยให้ลูกคิดในใจ เดี๋ยวลูกทำบ่อยๆ ก็จะจำได้เองเลยค่ะ ลูกเราก็เรียนตั้งแต่อนุบาล 2-3 แล้วค่ะ บวกลบเลข 2 หลัก ไม่มีปัญหาค่ะ”
advertisement

ทั้งนี้หลังจากโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไปก็ได้มีหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว บางส่วนมองว่าที่จริงโจทย์นั้นเป็นการฝึกให้นับเลข บวก ลบ เพื่อหาคำตอบ โดยปัญหาอยู่ที่การสอนในห้องเรียนว่าจะทำให้เด็กนั้นเข้าใจวิธีการหาคำตอบได้หรือไม่ ขณะที่บางส่วนมองว่า สิ่งที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่ยาก อาจจะยากสำหรับเด็กในวัยนี้ก็เป็นได้
ขอขอบคุณที่มาจาก : Drama-addict