อุทาหรณ์ สาวกินปลาทูทอดไป 1 ตัว มีอาการผื่นแดงขึ้นหน้า-ตัว หายใจไม่ออก
advertisement
กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ด้านสุขภาพที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์เฉียดตายจากอาการแพ้อย่างรุนแรง ภายหลังรับประทานปลาทูทอดเพียง 1 ตัว จนต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉินเป็นการด่วน
เจ้าของโพสต์เล่าว่า ในช่วงเวลาประมาณ 12.05 น. ได้รับประทานปลาทูทอดกับข้าวเปล่าเพียงคนเดียว โดยกินหมดทั้งตัวอย่างเอร็ดอร่อย แต่ผ่านไปเพียงราว 30 นาที กลับเริ่มมีอาการผิดปกติ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติจนสมาร์ทวอทช์แจ้งเตือน จากนั้นเริ่มมีอาการร้อนวูบวาบตามใบหน้าและลำตัว พร้อมผื่นแดงขึ้นทั่วร่างกาย
advertisement
อาการยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งใจสั่น ตัวสั่น มือสั่น อ่อนแรง แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก คล้ายคนกำลังจมน้ำ โดยอัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงกว่า 135 ครั้งต่อนาที ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
เมื่อถึงห้องฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลได้เข้าช่วยเหลือทันที พร้อมให้การรักษาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาการเข้าข่ายภาวะแพ้รุนแรง ซึ่งขณะนั้นอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 143 ครั้งต่อนาที ก่อนเจ้าตัวจะหมดสติไปชั่วขณะ
advertisement
ต่อมาในช่วงเย็น อาการเริ่มดีขึ้น สามารถลืมตา พูดคุย และขยับร่างกายได้ตามปกติ ผื่นแดงลดลง และพ้นจากภาวะอันตราย โดยเจ้าตัวได้กล่าวขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล รวมถึงคนรอบข้างที่ช่วยเหลือจนสามารถรอดชีวิตมาได้
ด้าน ศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้อธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการได้รับสารฮิสตามีนในเนื้อปลา ซึ่งพบได้ในปลากลุ่มสคอมบรอยด์ (Scombroid) และปลาแมคเคอเรล รวมถึงปลาทู
advertisement
สารฮิสตามีนสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อปลาไม่ได้รับการเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม หรือถูกวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน จนจุลินทรีย์ในเนื้อปลาสร้างสารดังกล่าวขึ้นมา หากผู้บริโภคมีความไวต่อสารฮิสตามีน ก็อาจเกิดอาการคล้ายการแพ้อาหารอย่างรุนแรงได้
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการเก็บรักษาปลาในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการสะสมของสารฮิสตามีน พร้อมย้ำว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเกิดจากการปนเปื้อนของสารฟอร์มาลีนหรือสารกันบูดตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกต แต่มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับสารฮิสตามีนในเนื้อปลาที่เก็บรักษาไม่เหมาะสมมากกว่า
ขอขอบคุณที่มาจาก : Pratchaporn Sakunsom