แม่เล่าอุทาหรณ์ระทึก พ่อลูกหมดสติเพราะแก๊สพิษจากเครื่องทำน้ำอุ่น
advertisement
เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่อยากจะขอแชร์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Nuntaporn Ketpongsuda ได้ออกมาโพสต์แชร์เรื่องราวพร้อมระบุว่า “อุทาหรณ์ แก๊สพิษรั่วไหลจากเครื่องทำน้ำอุ่นเมื่อคืนวันที่ 31 ธันวา คงเป็นวันที่ทุกคนมีความสุข เคาน์ดาวน์กับครอบครัวกันใช่มั้ยคะ?แต่บ้านเรา คือคืนที่เกือบตายทั้งครอบครัว เพราะแก๊สเครื่องทำน้ำอุ่นในรีสอร์ทรั่ว!!
มันเริ่มจาก พวกเราเข้าพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งบนภูทับเบิก ในวันที่ 31/12 เราได้ห้องพักที่เล็กและเก่ามาก แต่วิวสวย และมีจุดพลุ ซึ่งห้องที่ได้มีห้องน้ำเล็กๆแคบๆ ในตัว ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นด้วยแก้สหุงต้ม และไม่มีพัดลมระบายอากาศ
20.30 หลังอาหารเย็น แม่ขอกลับไปห้องก่อน เพื่อเข้าห้องน้ำ และลองเปิดน้ำเพื่อเทสเครื่องทำน้ำอุ่นว่าทำงานหรือไม่ ปรากฎว่าน้ำอุ่นดี
21.30 แม่เข้าไปอาบน้ำคนแรก ปรับน้ำอุ่นให้ร้อนขึ้นเพราะอากาศเย็นมาก ตอนนั้นเริ่มได้กลิ่นแก๊สจางๆมากๆ แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะก็เคยพักที่ที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบนี้มาก่อน
advertisement
22.00 ลูกมาเคาะประตูขอเข้าห้องน้ำ ลูกเข้าเสร็จ พ่อเลยอาบน้ำให้ลูกต่อเลย โดยเปิดประตูทิ้งไว้
22.15 ลูกกลับออกมา แต่งตัว นั่งเล่น หัวเราะร่าเริงกับแม่ตามปกติ พ่อก็เข้าไปอาบน้ำต่อโดยปิดประตูห้องน้ำสนิท
22.25 แม่เดินเข้าเดินออกไปหยิบน้ำที่ระเบียงบ้าง ดูพลุที่เริ่มจุดกันแล้วบ้าง แล้วเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมึนหัว เลยเดินกลับมาจะนอนพัก บอกอัญชันว่า “หม่ามี๊ไม่ไหวละ” ลูกตอบกลับมาว่า “หนูก็ไม่ไหว!!” แล้วลูกก็เริ่มดีดดิ้นทุรนทุราย ร้องไห้เสียงดัง หัวกระแทกคางแม่ หัวเตียง ผนัง ถีบแม่ไม่หยุดแม่เลยอุ้มลูกมากอด ลูกปากแดง หน้าแดง หน้าตาเหยเก เหมือนคนหายใจไม่ออกแล้วก็เริ่มกริ๊ดดออกมาหลายที
22.30 แม่ตกใจมาก เลยตะโกนเรียกพ่อออกมาช่วย พ่อก็รีบออกมาจากห้องน้ำ ยังไม่ถึงตัวลูกเลย แต่พ่อเริ่มมีอาการ หน้าแดง สั่นหัวไปมา ตัวเริ่มสั่น แล้วหมดสติ ล้มตึงลงไปนอนกับพื้น ตาเหลือกลอย!! แม่ปล่อยลูกนอนบนเตียง ไปตบหน้าพ่อ เขย่าตัวก็ไม่ตื่น ตอนนั้นแม่ตกใจมากที่พ่อแข็งแรงๆ อดีตนักกีฬา ตัวโตๆ ล้มหมดสติไปแบบนั้น แต่แน่ใจแล้วว่าเกิดจากแก๊สรั่วแน่ๆ เลยไปเปิดประตูห้องให้ระบายอากาศ แล้วเริ่ม CPR พ่อสักพักใหญ่ๆ พ่อสะดุ้งขึ้นมาแล้วเหมือนคนสำลักอากาศแล้วไอออกมา
advertisement
แม่เลยกลับไปอุ้มลูกต่อที่ตอนนี้หลับหมดสติ มือตก ไม่รู้ตัวอีกคน เลยอุ้มออกไปนอกระเบียง เขย่าตัว ตบแก้มเบาๆจนรู้สึกตัวแล้วเริ่มร้องไห้ ละล่ำละลักบอกว่า “หนูเป็นอะไรไม่รู้ หนูขอโทษที่ถีบมามี๊” แม่จึงอุ้มพามานอนราบที่พื้นระเบียงนอกห้องแล้วลากพ่อออกมานอนที่ระเบียงกับลูก แล้วกดโทรเรียกให้คนที่รีสอร์ทมาช่วย
23.00 เจ้าของที่พักกับรถที่รีสอร์ทมาถึง ตอนนั้นแม่จะไม่ไหวแล้ว เลยส่งอัญชันให้แฟนเจ้าของช่วยอุ้มไว้ ส่วนพ่อ คนที่รีสอร์ทมาช่วยกันหิ้วปีกพยุงออกมาจากห้องพัก แล้วพาพวกเรานั่งรถลงจากภูไปที่โรงพยาบาลหล่มสัก ส่งพ่อเข้าไปก่อน อิแม่ก็ต้องไปทำบัตรจ้าา ตอนนั้นกำลังจะเที่ยงคืนพอดี คือยืนตะเบ็งแจ้งชื่อทำบัตรแข่งกับเสียงพลุไปด้วยอะจ้ะ หนังชีวิตมากก
เข้าวันที่ 1 มกรา 2569 พวกเราได้เข้าห้องฉุกเฉิน ก็ไปนอนให้ Oxygen เรียงกันสามคนพ่อแม่ลูกพักใหญ่ๆ อาการแม่คือแย่มากๆ เวียนหัว มึน ปวดหัวเหมือนไมเกรนพร้อมกันทุกข้าง อยากอาเจียน ส่วนอัญชัน ปะป๊ารู้ตัวแล้ว พูดจารู้เรื่อง พ่อขอหมอออกตลอดเวลา บอกหมอว่าตัวเองไม่เป็นอะไรเลย (ก็แกไม่เห็นภาพตัวเองล้มหมดสติไปเหมือนที่ฉันเห็นนี่หว่า : เสียงในหัว) แต่เนื่องจากอัญชัน กับปะป๊า มีช่วงหมดสติ แต่แม่ไม่มี หมอเลยให้แอดมิดแค่พ่อลูก ส่วนแม่ผู้ไม่หมดสติ แต่ปวดหัวหนักมาก หมอเลยฉีดยาแก้ปวดอย่างแรงให้ลากสังขารขึ้นมาดูแลลูกผัวต่อไปจ่ะ 5555 เพราะทั้งคู่ต้องนอนแยกกัน เพื่อรอดูอาการในวอร์ดรวมเด็ก กับคนไข้ชาย
อีแม่ก็วิ่งขึ้นๆลงๆวนไป
ตีสามคือเวลาที่ลูกนอนเตียงในวอร์ดเด็กรวม เจาะน้ำเกลือ ใส่สายให้ Oxygen นอนหลับ แม่ลืมตาโพลงในความมืด ฟังเสียงเด็กในวอร์ดร้องไห้แข่งกัน แล้วนึกขอบคุณ….ตัวเอง ใช่ค่ะ! ตอนนั้นไม่ทันขอบคุณใครเลยนอกจากตัวเองที่พาตัวเอง ลูก ผัว รอดตายมาได้ หันไปกอดหอมเติมอัญชัน แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาไม่รู้ตัวเลย
** ตอนนี้พวกเราทุกคนปลอดภัยแล้วนะคะ รพ.ที่นี่ refer ไปกรุงเทพฯ เพื่อตรวจค่า Oxygen และ คาร์บอนมอนนอกไซด์ในเลือด เพื่อป้องกันความเสียหายระยะยาวค่ะ **
advertisement
ทั้งหมดนี้ จะคิดว่าโชคร้ายส่งท้ายปี หรือจะคิดว่าโชคดีก็ได้
* โชคดี ที่เป็นวันสิ้นปี แม่เลยเดินเข้าๆออกๆไปดูพลุ เลยได้รับ Oxygen บ้าง ไม่หมดสติไปหมดแบบพ่อลูก ถ้างั้นคงไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
* โชคดี ที่อัญชันกริ้ดๆๆออกมา จนพ่อรีบวิ่งออกมาเลย ไม่รมควันดมแก๊ซในห้องน้ำไปมากกว่านี้ และเป็นการคอนเฟิรมมให้แม่แน่ใจว่า นี่เกิดจากแก๊สรั่วแน่ๆ
* โชคดี ที่เรายังรอดูพลุ ไม่ได้รีบนอนกัน ถ้าลูกไม่กริ้ด แต่ง่วงหลับไป เราคงไม่เอะใจ นอนหลับตามกันไปหมด ได้เป็นข่าวยกครัวรับปีใหม่แน่นอน
* โชคดี ที่เราไม่สั่งหมูกระทะมาเหมือนคืนก่อน เพราะ ถ้าเปลวไฟจากเตา เจอกับแก๊สที่รั่วออกมา…ไม่อยากจะคิด
* และสุดท้าย โชคดีเหลือเกินที่ครองสติตัวเองในภาวะมึนเมาแก๊ซ CPR ช่วยชีวิตลูกและสามีกลับมาได้ คุณหมอถึงกับเดินมาชมว่า สติดีมากๆ หมอขอชื่นชมจากใจจริงๆ
….เอาจริง เวลาที่จะบอกตัวเองให้ตั้งสติยังไม่มีเลย สัญชาตญานล้วนๆเหมือนมีคนมาสั่งให้ทำทีละเสต็ปๆเวลาออแกไนซ์งานอะ
วันหยุดปีใหม่เหลืออีก 2 วัน ขอให้สติและพลังสถิตย์อยู่กับทุกคน กลับบ้านปลอดภัย ได้ตื่นมาพบกับวันธรรมดา และคนที่รักในทุกวันค่ะ”
advertisement
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส โดยเฉพาะในห้องน้ำขนาดเล็กที่ไม่มีการระบายอากาศ เพราะแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นภัยเงียบที่ไม่มีกลิ่นชัดเจน แต่สามารถคร่าชีวิตได้ภายในเวลาอันสั้น
ขอขอบคุณที่มาจาก : Nuntaporn Ketpongsuda