ตู้เย็นไม่เย็น..รับมือได้อย่างไร?

advertisement
อุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าในห้องครัวนั้น จะขาดตู้เย็นไปไม่ได้เลยนะคะ ใช้เพื่อช่วยรักษาความเย็น และยืดอายุของอาหารให้อยู่ได้นานขึ้น เรียกได้ว่ามีความสำคัญมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเราจำเป็นต้องใช้งานทุกๆ วัน อย่างน้อยก็แช่น้ำดื่มเย็นๆ ใช่มั้ยคะ ซึ่งถ้าหากวันหนึ่งตู้เย็นเกิดมีปัญหาการใช้งาน อย่างเช่นว่าตู้เย็นที่เคยเย็นอยู่ดีๆ กลับไม่เย็นเท่าที่ควรเช่นเคยขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ มีความยุ่งยากตามมามากเลยทีเดียวนะคะ ดังนั้นบ้านไหนที่ใช้งานตู้เย็นอยู่เป็นประจำล่ะก็ ไม่ควรพลาดนะคะ วันนี้ Kaijeaw.com มีวิธีการแก้ปัญหาตู้เย็นไม่เย็น มาฝากกันค่ะ
ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอก เราก็สามารถรู้ได้เองว่าตู้เย็นของเรามีปัญหาจากสัญญาณเตือนต่างๆ เช่นส่งเสียงแปลกๆ หรือแช่ของไว้นานเท่าไหร่ก็ไม่เย็นซะที ซึ่งเวลาที่ตู้เย็นเสียบางคนก็ไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องจ้างช่างซ่อมมาดูหรือเปล่า ดังนั้นจึงจะเป็นการดีมากถ้ารู้วิธีตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้นง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเงินและเวลาไปจ้างช่างมาซ่อมโดยไม่จำเป็นค่ะ
advertisement

1. ห้ามใช้ของมีคมงัดแงะภายในตู้เย็น
ในกรณีตู้เย็นรุ่นเก่า ซึ่งก็ยังไม่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ เมื่อมีน้ำแข็งเกาะห้องฟรีซจำนวนมาก ผู้ใช้งานต้องคอนกดปุ่มเพื่อละลายน้ำแข็งเอง น้ำจะตกลงในถาดข้างล่างห้องฟรีซ แต่บางคนต้องการกำจัดน้ำแข็งไปทันที ก็ใช้ตัวช่วยอย่าง มีดหรือของแข็งอื่นๆ ให้เซาะน้ำแข็งออกไป เลยเกิดให้ท่อน้ำยารั่วได้
advertisement

2. ใช้กระแสไฟฟ้าให้ถูกวิธี
การใช้กระแสไฟฟ้าที่ไม่ถูกวิธี เช่น การเสียบปลั๊กตู้เย็นในเต้าปลั๊กไฟที่หลวมเกินไป การเสียบปลั๊กตู้เย็นพ่วงกับปลั๊กไฟอื่นๆ ทำให้กระแสไฟเดินไม่สม่ำเสมอ มีผลต่อระบบการทำงานของตู้เย็น โดยเฉพาะมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทำความเย็นที่สำคัญของตู้เย็น ส่วนคอมเพรสเซอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญของระบบทำความเย็น ทำหน้าที่อัดและดูดน้ำยาทำความเย็นให้หมุนเวียนภายในตู้เย็น จะหยุดทำงานชั่วคราวเมื่อความเย็นถึงจุดที่ตั้งไว้ ถ้าภายในตู้เย็นมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นก็จะทำให้ตู้เย็นที่มีปัญหาเริ่มทำงานใหม่[ads]
advertisement

3. เคลียร์ตู้เย็นให้โล่ง
ต้องสำรวจดูบ้างว่ามีของอะไรอัดกันแน่นอยู่ในตู้เย็นเกินไป เพราะข้าวของที่เต็มตู้จนจะทะลักออกมานี่ล่ะค่ะ มักเป็นปัญหาทำให้ตู้เย็นไม่เย็นเอาซะเลย หนำซ้ำยังจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักขึ้น เปลืองไฟโดยใช่เหตุอีกต่างหาก ดังนั้นแล้วจึงควาหมั่นเคลียร์ของในตู้เย็นให้โล่งขึ้นดีกว่า อะไรที่ใกล้เสีย หรือไม่จำเป็นก็เอาออกไปให้หมด ตู้เย็นจะได้กลับมาเป็นปกติ
advertisement

4. ละลายน้ำแข็ง
สังเกตว่าช่องทำน้ำแข็งมีก้อนน้ำแข็งหนาเตอะใช่หรือเปล่า และนั่นเป็นสาเหตุให้ตู้เย็นทำงานได้ไม่สะดวก จนเกิดไม่เย็นขึ้นมาได้ จึงควรกดละลายน้ำแข็งตามระยะเวลาที่กำหนด หรือสังเกตว่าช่องทำน้ำแข็งนั้นเริ่มหนาเกินไปแล้ว เพื่อลดภาระให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักเท่าที่ควร ประหยัดทั้งไฟ และทำให้ตู้เย็นทำความเย็นได้ดีขึ้นด้วย
advertisement

5. ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม
ควรเช็กที่ตัวปรับอุณหภูมิในตู้เย็นดู ว่าอยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะไม่แน่ว่าบางทีเราอาจจะเผลอเอามือไปปัดโดนตอนควานหาของในตู้เย็นก็เป็นได้ แนะนำให้ปรับระดับความเย็นให้อยู่ในช่วงกึ่งกลางของระดับที่ตู้เย็นมีให้ค่ะ [ads2]
advertisement

6. เปลี่ยนยางขอบประตูตู้เย็นที่เสื่อมสภาพ
สังเกตขอบประตูตู้เย็นกันบ้างหรือเปล่าคะ ว่ายังมีสภาพการใช้งานได้ตามปกติหรือเปล่า หรือเริ่มเสื่อมและปิดไม่ค่อยแน่น ซึ่งหากพบว่ายางขอบประตูตู้เย็นเสื่อม ก็ต้องรีบซื้อมาเปลี่ยนโดยด่วน ซึ่งก็สามารถหาซื้อยางอันใหม่มาเปลี่ยนเองได้ง่ายๆ ที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ
advertisement

7. เปลี่ยนพัดลมระบายอากาศ
พัดลมระบายอากาศนั้น เป็นตัวระบายความร้อน และส่งความเย็นให้กระจายไปรอบๆ ตู้เย็น ซึ่งถ้าหากขัดข้องก็จะทำให้ตู้เย็นทำงานได้ไม่เป็นปกติ ทำให้ตู้เย็นไม่เย็นได้ จึงควรตรวจสอบสภาพการใช้งาน ทดสอบพัดลมระบายอากาศของตู้เย็นที่อยู่ด้านหลังช่องแช่แข็ง ด้วยการกดละลายน้ำแข็งก่อน เพื่อกำจัดน้ำแข็งที่เกาะอยู่ที่ใบพัด แต่ถ้าละลายน้ำแข็งแล้วใบพัดยังไม่หมุน ก็คงต้องหาพัดลมระบายอากาศมาเปลี่ยนแล้วล่ะ อย่าลืมดูรุ่นของพัดลมให้ถูกต้องด้วยนะคะ เมื่อได้มาแล้วก็จัดการเปลี่ยนได้เลยค่ะ โดยต้องถอดปลั๊กตู้เย็นออกก่อน จึงถอดพัดลมอันเก่าออก จากนำพัดลมอันใหม่มาใส่แทน เสร็จแล้วก็เสียบปลั๊กตู้เย็นดูสิว่าทำงานปกติหรือไม่
8. ตั้งตู้เย็นบนพื้นที่เรียบเสมอกัน
การตั้งตู้เย็นบนพื้นที่ไม่เสมอกันดูเหมือนก็เป็นสาเหตุทำให้ตู้เย็นไม่เย็นได้เช่นกัน เนื่องจากหากตู้เย็นวางบนพื้นที่ไม่เรียบ ประตูตู้เย็นก็มีโอกาสจะปิดไม่สนิทจนทำให้ความเย็นระเหยออกมาจนตู้เย็นไม่เย็นได้ ดังนั้นควรสำรวจพื้นด้านล่างดูว่าตู้เย็นตั้งอยู่บนพื้นที่เรียบเสมอกันอยู่หรือเปล่า ถ้าตู้เย็นเอียง ก็ต้องขยับหรือปรับไปวางในที่ที่เหมาะสม[ads3]
advertisement

หากว่าคุณได้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเบื้องต้นที่เราได้แนะนำไปแล้วนั้น ตู้เย็นยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ไม่เย็นได้เท่าที่ควร ก็ถึงเวลาที่ควรจะเรียกช่างมาดูอาการแล้วล่ะค่ะ เพราะอาจมีชิ้นส่วนใดในตู้เย็นชำรุด จนตู้เย็นไม่สามารถทำความเย็นได้เป็นปกตินั่นเอง ส่วนค่าซ่อมตู้เย็นไม่เย็นก็ขึ้นอยู่กับว่าอะไหล่ชิ้นไหนชำรุด ทางที่ดีลองสอบถามจากช่างก่อนตัดสินใจใช้บริการดีกว่านะคะ และไม่ควรลงมือซ่อมเองโดยเด็ดขาด ในกรณีที่คุณไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง หรือเพียงแค่สงสัยเท่านั้น เพราะอาจจะทำให้เครื่องเสียหายมากกว่าเดิม หรืออาจเกิดอันตรายไฟฟ้าช็อตได้ค่ะ
คราวนี้ทุกท่านคงจะรู้วิธีการแก้ปัญหาซ่อมตู้เย็นไม่เย็นได้ ในเบื้องต้นกันแล้วใช่มั้ยค่ะ ถ้าหากเกิดปัญหาที่กล่าวมานี้ ท่านก็สามารถที่จะนำเอาไปปรับ ซ่อมได้ที่บ้านได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องไปพึ่งพาช่างให้เปลืองเงินเสียเวลากันเลยนะคะ และทางที่ดีอย่าลืมที่จะหมั่นดูแลเอาใจใส่ความเรียบร้อยของตู้เย็น และใช้งานด้วยความทะนุทะนอมด้วยนะคะ ตู้เย็นจะได้อยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : kaijeaw.com